คอลัมนิสต์

ร่วมฝ่าฟันผ่าน2558

ร่วมฝ่าฟันผ่าน2558

01 ม.ค. 2558

ร่วมฝ่าฟันผ่าน2558 : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 1 มกราคม 2558

                   ปี 2557 กลายเป็นอดีตในวันวานไปแล้วใหม่หมาด หลายๆ คนอยากทิ้งความบอบช้ำเอาไว้ข้างหลัง แต่อีกหลายคนบอกว่า อดีตคือเรื่องราวที่ควรเก็บมาเป็นบทเรียนเพื่อใช้เป็นแผนที่วางแผนกำหนดทิศทางก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงไม่ซ้ำรอยเดิม หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ลืมอดีต อยู่กับปัจจุบัน และมองไปในอนาคตข้างหน้า ความเชื่อนี้เทียบเคียงและน่าจะประยุกต์ได้กับสังคมไทย ที่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวเลวร้ายผ่านเข้ามามากมายหลายหลาก จนผู้คนต้องตกอยู่ในอาการขวัญเสียเปลี่ยวเหงาเดียวดาย ทั้งยังมีแนวโน้มว่า จะไร้ที่พึ่งพิงเป็นเวลาอีกแสนนาน หากแต่การเปลี่ยนแปลงในช่วงกลางปีก่อน ต้องถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ อันทุกองคาพยพจะได้ช่วยกันคนละไม้คนมือ เรียกคืนความปรองดองสันติสุขกลับคืนมา ตลอดระยะเวลา 5 เดือนแห่งความบอบช้ำ และ 7 เดือนแห่งการเริ่มต้นตลอดปี 2557 แม้จะยังไม่เห็นสัมฤทธิผลแบบเต็มร้อย หากแต่ความหวังที่จะร่วมกันฝ่าฟันให้ผ่านไปได้ไปในปีใหม่นี้คือฉันทามติของคนทั้งชาติ
    
                   ในด้านการเมือง เหมือนจะเป็นปัญหาค่อนข้างเปราะบางอยู่ไม่น้อยสำหรับปี 2558 เพราะตลอดเส้นทางของการปฏิรูปและการร่างกฎกติกาในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นว่า แนวคิดของบรรดาสถาปนิกที่กำลังช่วยกันร่างพิมพ์เขียวก่อนส่งให้วิศวกรลงมือสร้างชาติกันใหม่นั้น ยังสวนทางกับขนบปฏิบัติของฝ่ายการเมืองเดิม และรูปแบบตามทฤษฎีการปกครองอย่างที่เคยยึดถือกันมา จนเกิดวิวาทะและกระแสการไม่ยอมรับที่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และไม่แน่ว่าจะดำเนินไปในรูปแบบใด จะเป็นไปในลักษณะ "แนวร่วม" ที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอง ก็ยอมว่าเป็นคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะโหมกระหน่ำสาดซัดหรือไม่ ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อเป้าหมายสร้างความปรองดองในชาติ สุดท้าย ปีใหม่ พ.ศ.ใหม่ คงไม่มีความหมายอะไร ถ้าหากทุกฝ่ายยังคงยืนอยู่ในจุดของตนเอง ไม่ลดราวาศอกเพื่อมองไปข้างหน้า ประเทศไทยก็จะย่ำอยู่กับที่ ไม่เขยื้อนเคลื่อนพ้นไปจากความขัดแย้งใดๆ ได้
    
                   กล่าวสำหรับเศรษฐกิจ ความมั่งคั่งคือเป้าหมายที่ทุกฝ่ายมองเห็นเป็นจุดสูงสุด ในโลกของความเป็นจริงที่ประเทศไทยอยู่ในระบบทุกนิยมย่อมยากจะหลีกเลี่ยงตัวเลขรายได้มวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี ที่ผูกโยงอยู่กับการลงทุน การผลิตสินค้า อุตสาหกรรม การส่งออก การบริการ การท่องเที่ยว และบริโภคภายในประเทศ แต่ต้องยอมรับว่า ในปีใหม่นี้ ทุกภาคส่วนด้านเศรษฐกิจจะต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อประคับประคองให้ตัวเลขในทุกๆ ด้านออกมาดี หรืออย่างน้อยที่สุดไม่พลาดไปจากเป้าหมายมากนัก ขณะที่สภาพปัจจุบันยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากภาวะซบเซาและมีแนวโน้มว่าจะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบก็ยังคงดำรงอยู่ ด้วยแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายภาครัฐลดลง ขณะที่มูลค่าการส่งออกก็แผ่วตามอุปสงค์จากประเทศจีน ญี่ปุ่น และยุโรป
    
                   หันมาดูเรื่องทางสังคมกันบ้าง แม้ในปี 2557 ที่ผ่านมา รัฐบาลจะคลอดมาตรการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและการดำรงชีพอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง หากแต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะจะว่าไปแล้ว ในเชิงโครงสร้างนั้น ยังผูกติดอยู่กับเป้าหมายการปฏิรูปประเทศผ่านกระบวนการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และแนวร่วมภาคประชาสังคมที่จะต้องร่วมกันสถาปนาสังคมแห่งคุณธรรมอันปราศจากการฉ้อฉลโกงกิน ขาดไร้ซึ่งมโนสำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในด้านนี้คงจะต้องใช้เวลายาวนาสักหน่อย แต่การเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 2558 นี้ ก็ต้องถือว่าเป็นการปล่อยเรือธงลงสู่น่านน้ำเพื่อนำสังคมดีงามกลับคืนมาให้ได้