คอลัมนิสต์

ความฝันของ‘ลาวรักเจ้าร่มขาว’

ความฝันของ‘ลาวรักเจ้าร่มขาว’

01 ม.ค. 2558

ความฝันของ‘ลาวรักเจ้าร่มขาว’ : มนุษย์สองหน้า โดยคน สาริกา

              ต้อนรับ พ.ศ.ใหม่ ด้วยข่าวงานบุญจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เมื่อแผนกวัฒนธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ จัดงานฉลองวันประดิษฐานอนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม ครบรอบ 10 ปี ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2558 จึงขอฝากนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสข้ามโขงไปเที่ยวฝั่งลาวในปีใหม่ ใครมีเวลาก็แวะไปสักการะเจ้าฟ้างุ้ม องค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง

              ในประวัติศาสตร์ชาติลาวบันทึกไว้ว่า เจ้าฟ้างุ้ม หรือ "สมเด็จเจ้าฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี ศรีสัตตนาคนหุต" พระองค์ทรงทำสงครามตีเอานครเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบาง และหัวเมืองพวนทั้งหมด ตลอดจนหัวเมืองอีกหลายแห่งในที่ราบสูงโคราชเข้ารวมเป็นหนึ่งเดียวคืออาณาจักรล้านช้าง

              เมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนที่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดงานเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์ฟ้างุ้มอย่างยิ่งใหญ่ ปรากฏว่าได้มีแถลงการณ์ของ สภาพระญาติวงศ์แห่งราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีความตอนหนึ่งว่า

              "...เจ้ามหาชีวิตแห่งราชวงศ์ล้านช้างทุกพระองค์ ต่างก็ล้วนแล้วแต่ทรงพระปรีชาสามารถและมีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่ออาณาจักรล้านช้างทั้งสิ้น แต่ราชวงศ์ล้านช้างก็มีอันต้องถูกโค่นล้มไปด้วยเล่ห์กลทางการเมืองของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว..."

              เป้าหมายที่แท้จริงในการออกแถลงการณ์ของสภาพระญาติวงศ์แห่งราชวงศ์ล้านช้างร่มขาวในครั้งนั้น ก็คือความพยายามที่จะชี้ให้คนลาวทั้งที่อยู่ในและนอกประเทศ ได้เห็นถึงเจตนาที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังของพรรคและรัฐบาลในลาวที่มีต่อการก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม ดังกล่าว

              มาถึงวันนี้ ได้มีแถลงการณ์ในนาม "กลุ่มลาวรักเจ้าร่มขาว" ฉบับที่ 1 ซึ่งมีการเผยแพร่หน้าแฟนเพจของกลุ่มลาวฝ่ายขวาเมื่อปลายเดือนธันวาคม โดยเนื้อหาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ต้องฟื้นฟูระบอบกษัตริย์บนแผ่นดินลาว

              "ประเทศลาวมีประวัติศาสตร์นานนับหลายร้อยปี พระเจ้าฟ้างุ้มทรงสถาปนาราชอาณาจักรล้านช้างขึ้นเพื่อปกครองและคุ้มครองชาวลาวให้เป็นสุข และเชื้อสายของพระองค์ได้ส่งต่อไปหลายครั้ง และมีผู้ปกครองเป็นเจ้ามหาชีวิตนานหลายร้อยปี โดยพระองค์ทรงยินดีเสียสละและทำเพื่อบ้านเมืองอยู่โดยตลอด แทบไม่เคยว่างเว้น พระมหากษัตริย์ลาวทุกพระองค์มีบุญคุณที่ใหญ่หลวงต่อประเทศลาว บางพระองค์ทรงสร้างสิ่งดีๆ ไว้ให้ประเทศลาว บางพระองค์ทรงทำนุบำรุงพระศาสนาและวิถีชีวิตให้เข้าสู่ความเจริญ เมื่อเป็นเมืองขึ้นใคร บางพระองค์ยินดีสละชีวิตอันสุขสบายมารบต่อสู้กับผู้รุกรานจนตัวตาย และที่สำคัญคือ ทุกพระองค์หวงแหนประเทศลาวมาก ไม่มีผู้ใดต้องการอยู่ภายใต้เท้าใคร"

              นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองบนฝั่งซ้ายปี 2518 ได้มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีประชาธิปไตย และฟื้นระบอบราชาธิปไตยจากกลุ่มคนลาวที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า "ลาวนอก" แต่ในที่สุดแผนการของพวกเขาก็ไม่บรรลุเป้าหมาย

              ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียงจันทน์ได้พยายามสานสัมพันธ์กับ "ลาวนอก" พร้อมกับดึงคนรุ่นใหม่ให้กลับมาพัฒนาประเทศชาติ แต่คนลาวนอกอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังอยากเห็น "ธงช้างสามหัว" มาโบกสะบัดเหนือดินแดนล้านช้าง

              บังเอิญว่าระยะหลังมีสื่อสังคมออนไลน์ จึงทำให้กลุ่มลาวนอก ที่ต่อต้านรัฐบาล สปป.ลาว และพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ใช้สื่อใหม่ ไม่ว่าเฟซบุ๊ก หรือยูทูบ เปิดแนวรบโจมตีผู้นำรัฐบาลในเวียงจันทน์อย่างต่อเนื่อง

              "ถ้าเราสามารถเปลี่ยนระบอบได้สำเร็จ เราจะเชิญเจ้าสุริวงศ์สว่างมาเป็นเจ้ามหาชีวิตของชาวลาวต่อไป เพื่อให้ประเทศลาวมีสถาบันครบ 3 สถาบันดั่งที่ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาพึงมี..." เป็นความมุ่งหวังของกลุ่มลาวรักเจ้าร่มขาว

              ปี 2558 เป็นปีที่มหาชนชาว "ลาวใน" ใต้ร่มธงวงเดือน จะร่วมกันเฉลิมฉลอง 40 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลงจากระบอบราชาธิปไตยสู่ "ระบอบประชาธิปไตยประชาชน" จึงไม่แปลกที่จะมีเสียงเพรียกหา "ระบอบเก่า" มาจากแดนไกล

              คนลาวนอกมีสิทธิ์ที่จะฝัน แต่ฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของปวงชนชาวลาวทั้งชาติ มิใช่อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเท่านั้น