คอลัมนิสต์

ไม่ใช่แค่ป๋าที่แซ่ซ้อง'นายกฯ ลุงตู่'

ไม่ใช่แค่ป๋าที่แซ่ซ้อง'นายกฯ ลุงตู่'

30 ธ.ค. 2557

ไม่ใช่แค่ป๋าที่แซ่ซ้อง'นายกฯ ลุงตู่' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                 ได้ฟังเสียงชื่นชมจากปาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แม้ไม่ใช่ "นายกฯ ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงจะอดปลื้มไปด้วยไม่ได้
    
                 โดยเฉพาะบรรดาผู้ร่วมหัวจมท้ายเข้ายึดอำนาจ รวมกันเป็น คณะ คสช.นั่นด้วย
    
                 เพราะงานนี้ มีผู้ใหญ่ที่เคารพรักอย่าง "ป๋า" พูดให้กำลังใจว่าได้ทำเพื่อชาติ เพื่อบ้าน เพื่อเมือง นำพาประเทศฝ่าออกจากมหาวิกฤติ
    
                 "ถ้าพวกเราจำเหตุการณ์ในวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมาได้ คงจะภูมิใจ และคนในชาติก็จะภูมิใจมาก ที่นายกฯ ลุงตู่ เข้ายึดอำนาจการปกครองมาจากรัฐบาล ถือเป็นการกระทำให้ชาติบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ต้องหันหน้าอย่างไม่เป็นเพื่อนกัน วันนั้นเป็นวันที่แสดงให้เห็นว่าทหารและกองทัพ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เมื่อถึงคราวที่จำเป็น เราก็ต้องออกไปทำ และออกไปดูแลชาติบ้านเมือง"
    
                 พล.อ.เปรม ออกปากชมมาอย่างนั้น ใครบ้างล่ะจะไม่ปลื้ม !
    
                 อาจจะมีบางคนที่ พล.อ.เปรม จงใจพูดถึง แต่ไม่ได้บอกให้ชัดว่า คนคนนั้นเป็นใคร นั่นแหละที่ไม่รู้ว่า จะปลื้มกับการออกมายึดอำนาจของขุนทัพเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นั้นหรือไม่
    
                 "มีคนหนึ่ง คนหนึ่งเท่านั้นนะ ในคนไทยหกสิบกว่าล้านคน ที่เขาพูดว่าทหารทำอะไรไม่เป็น ได้แต่ยิงปืน คนหนึ่งเท่านั้นนะ..."
    
                 น่าสนใจว่า "คนหนึ่ง" ที่ว่านั้นเป็นใคร ?
    
                 ย้อนกลับไปดูช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องยอมถอยร่นเป็นระยะ ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่ง กระทั่งเป็นนายกฯ รักษาการ และกระทั่งถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ท่ามกลางมหาวิกฤติที่เกิดขึ้นกับครอบครัวชาวนา ที่เอาไปเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาลแล้วไม่สามารถเบิกเงินได้
    
                 หลายชีวิตเลือกที่จะหลุดพ้นไปด้วยการฆ่าตัวตาย และน่าเชื่อว่า จะกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายของใครต่อใครอีกหลายคน ที่มืดมนกับอนาคต
    
                 นั่นเพราะรัฐบาลรักษาการในขณะนั้นไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญห้ามเอาไว้ว่า หากทำแล้วเกิดไปผูกพันกับรัฐบาลหน้าจะเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ
    
                 พูดง่ายๆ ทำก็ติดคุก ไม่ทำก็ส่งผลกระทบต่อชาวนา ที่หนี้สินนั้นมีแต่จะพอกพูน เพราะไม่ได้เงินจากโครงการจำนำข้าว
    
                 ขณะเดียวกัน ข้าวที่รับจำนำมา ก็ไม่สามารถระบายออกไปได้ เนื่องจากต้องไปทำสัญญากับต่างประเทศ ซึ่งก็จะเข้าข่ายส่งผลผูกพันให้แก่รัฐบาลหน้า ที่จะต้องมีพันธสัญญาส่งข้าวให้คู่ค้าตามสัญญาที่รัฐบาลรักษาการทำเอาไว้
    
                 บ้านเมืองจึงได้เดินทางมาถึงทางตัน
    
                 และกลายเป็นเรื่องที่ พล.อ.เปรม ชื่นชม นายกฯ ลุงตู่ ในวันนี้
    
                 มองในอีกมุมหนึ่งของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็น "คนหนึ่ง" ที่พล.อ.เปรมพูดถึงหรือไม่นั้น ก็คงจะชื่นชม "นายกฯ ลุงตู่" ด้วยเช่นกัน ที่เข้ามายึดอำนาจ
    
                 เพราะขึ้นชื่อว่า "นักการเมือง" แล้วไม่อาจถอยทัพกลับไปท่ามกลางความล้มเหลว ผิดพลาด และความสูญเสียของประชาชนอันเนื่องจากนโยบายที่กำหนดขึ้นมาด้วยตนเอง
    
                 รวมถึงความผิดพลาดในการดูรัฐธรรมนูญว่า เมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการแล้ว มีบางอย่างที่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำได้
    
                 ที่สำคัญ "นักการเมือง" จะมองถึงอนาคต รู้ดีว่า เมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็จะต้องได้กลับมาลงสนามเลือกตั้ง เพื่อกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง
    
                 กรณีนี้ ก็มีแต่กองทัพเท่านั้นที่จะทำให้การกลับมาต่อสู้ได้อย่างมีเหตุมีผล
    
                 ถึงได้มีคำพูดว่า "กำลังขับเคลื่อนประเทศอยู่ดีๆ ก็มีคนเอาปืนมาจี้ให้ลง" นั่นปะไร
    
                 ความอดทนเป็นพิเศษในช่วงสถานการณ์วิกฤติ ประเทศเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ชาวนาผูกคอตายแทบจะรายวัน นับเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของนักการเมืองไทย
    
                 สถานการณ์มาถึงวันนี้ นายกฯ ลุงตู่ จึงควรจะได้รับการแซ่ซ้องจากคนทั้งแผ่นดินจริงๆ