
เดินหน้าไม่ง่ายแล้ว
รัฐบาลเด็กมาร์คยังเผชิญวิบากกรรมในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ทั้งเก่าและใหม่ ประดังเข้ามารอบทิศ สถานการณ์โดยรวมไม่เป็นใจ มีปฏิปักษ์หลากหลาย ถ้าทนต่อแรงกดดันไม่ได้ ยอมถอดใจ จะทำให้ความเชื่อมั่นในอนาคตประเทศสั่นคลอนแน่นอน
ปัญหาล่าสุดคือเสียงเรียกร้องให้ รัฐมนตรีต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ลาออก หลังจากตำรวจตั้งข้อกล่าวหามีพฤติกรรมก่อการร้าย จากการไปปราศรัยในการชุมนุมหน้าอาคารสนามบินสุวรรณภูมิเพียงไม่กี่ครั้ง เพราะการชุมนุมที่นั่นไม่กี่วัน
แรงกดดันมาจากฝ่ายค้าน และกลุ่มพวกเสื้อแดง ซึ่งจะก่อหวอดชุมนุม อ้างความไม่เหมาะสมสำหรับ คุณกษิต ที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป และไม่ควรประหลาดใจ เพราะนี่เป็นโอกาสทองของฝ่ายค้านและกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะกำจัดเสี้ยนหนามตำใจนายใหญ่
ถ้าจะให้ดี ตำรวจควรเร่งทำสำนวน เพราะคงมีหลักฐานแน่นหนาแล้ว จึงกล้าตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายได้ ทั้งๆ ที่การยึดทำเนียบรัฐบาลหรือสถานที่อื่นๆ ก็น่าจะเข้าข่ายเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นพวกเสื้อสีใดก็ตาม
เช่นการปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในพัทยา การไล่ล่าฆ่าฟันผู้นำประเทศ การจลาจลเผาบ้าน เผาเมือง การยิงระเบิดใส่ผู้ชุมนุมในทำเนียบ ไม่เข้าข่ายเช่นนั้นหรือ และคดีเหล่านี้มีความคืบหน้าไปมากเพียงใด
คุณกษิต และผู้นำรัฐบาลจะทนต่อแรงกดดันได้นานเพียงใด ทั้งๆ ที่นักกฎหมายบอกว่าเป็นเพียงข้อกล่าวหา ยังห่างชั้นจากการสั่งฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจเอง หรืออัยการ และยังไม่รู้ว่าผลสุดท้ายนั้นศาลจะประทับรับฟ้องข้อกล่าวหานี้หรือไม่
รัฐบาลเด็กมาร์คก็ต้องแก้เกมต่อไป ช่วงชิงจังหวะ เพราะการเมืองไทยกลายสภาพเป็นไร้รูปแบบ มาตรฐาน คุณธรรม จริยธรรม เป็นการจ้องทำลายล้าง และแสวงหาผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม แม้แต่การชุมนุมก็เพียงหวังผลเฉพาะเท่านั้น
ถ้าเป็นแบบนี้ และมีมวลชนเข้าร่วม พร้อมใช้ความรุนแรงไร้เหตุผล กล้าละเมิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าทำอะไร ก็ยิ่งทำให้มวลชนกำเริบเสิบสาน ดังเช่นการขับไล่ทุบรถคณะรัฐมนตรีสาธารณสุขในเชียงใหม่ มีภาพถ่ายเห็นชัด ยังไม่มีใครต้องคดี
เป็นความมหัศจรรย์ ใครมีพวก กล้าละเมิดกฎหมาย โดยใช้กฎหมู่ จะเป็นกลุ่มผู้อยู่เหนือกฎหมาย บ้านเมืองไร้ขื่อแป เสี่ยงต่อการแปรสภาพเป็นอณาธิปไตย กลไกผู้รักษากฎหมายของรัฐพึ่งพาอาศัยไม่ได้ และยังแบ่งเป็นฝักฝ่าย พวกใครพวกมัน
แบบนี้บ้านเมืองยังจะมีอนาคตอีกหรือ ถ้าผู้นำรัฐบาลยังไม่ใช้อำนาจให้การบังคับใช้กฎหมายทัดเทียมกัน และจะทำไม่ได้ถ้าโครงสร้างองค์กร หรือผู้ปฏิบัติงาน ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีพฤติกรรมเลือกข้าง หรือมีมลทินติดตัว แต่ยังลอยนวล
โครงสร้างบ้านเมืองจึงดูเหมือนมีอำนาจต่างซ้อนทับกันหลายชั้น และรัฐบาลยังไม่กล้าใช้อำนาจจริงๆ เพราะถูกมองว่ายังเกรงใจ หวาดต่ออำนาจซ้อนโดยกลุ่มคนมีสี
ถึงคราวที่หัวหน้ารัฐบาล คือเด็กมาร์ค ต้องเร่งปฏิบัติหน้าที่ให้เห็น บริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการตระเวนพูด กล่าวปราศรัยนั้น จะไม่ก่อผลสำเร็จ และยิ่งพูดมาก บ่อยครั้ง แต่ชาวบ้านบอกว่าสอบตกยกชั้น จะเอาตัวรอด เถียงยากนิ ! อิอิอิ!!!



