
ปีแห่งมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
ปีแห่งมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2557
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรคนไทยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2558 ว่า ขอให้คนไทย อยู่อย่างมีความสุข โดยของขวัญที่รัฐบาลได้มอบให้ เช่น การลดราคาสินค้า ซึ่งเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพราะยังมีมาตรการระยะยาวอื่นๆ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ ปี 2558-2563 ขอให้ทุกหน่วยงาน สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้ประชาชน และประเทศชาติ โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันนำนโยบายไปปฏิบัติให้บรรลุผล พร้อมขอให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ไม่ใช้วิธีการนอกกฎหมาย กล่าวโดยสรุปรวมก็คือ นายกรัฐมนตรีปรารถนาจะเห็นเศรษฐกิจของไทย ทั้งมั่งคั่งและยั่งยืน ขณะเดียวกันในด้านการเมืองนั้น ประเทศชาติก็จะต้องมั่นคงตามไปด้วย
หากจะถือว่า คำอวยพรของนายกรัฐมนตรีเป็นความปรารถนาร่วมของคนในชาติก็คงไม่ผิดนัก เพราะในความเป็นจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ ตลอด 1 ทศวรรษเต็มๆ ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยต้องตกอยู่ในปลักโคลนแห่งความขัดแย้งทางการเมือง ทางความคิด และลุกลามเลยไปถึงความตกต่ำในด้านจริยธรรมอย่างน่าวิตกเป็นที่สุด เหมือนกับเป็นโรคร้ายแรง เรื้อรัง รักษาไม่หายขาด ขณะที่เชื้อซึ่งฝังรากลึกนั้นเกาะกินสังคมไทยจนอ่อนแรงลงทุกวันเหมือนคนใกล้ตาย การก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งแม้จะเป็นวิธีการที่ฝืนระบอบประชาธิปไตย หากแต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตัดสินใจไปแล้ว ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เขาจะแก้ปัญหาและนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใดต่อไป ตามคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ให้ไว้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิรูปประเทศที่จะต้องเดินตามโรดแม็พที่วางไว้ และนำบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตยตามกำหนดเวลา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดูเหมือนว่า เริ่มจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังยกร่างกันอยู่อย่างกว้างขวาง ทำนองว่า มีแผนสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะเดียวกันก็สกัดกั้นไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่าที่เป็นชนวนเหตุของความปั่นป่วนตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา กลับมามีอำนาจอีกครั้ง อย่างเช่น มาตราที่ว่าด้วยที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เปิดกว้างเอาไว้ให้คนนอกหรือผู้ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ได้ลงเลือกตั้งสามารถเข้ามารับตำแหน่งได้ เพื่อไม่ให้เกิด "ทางตัน" เหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็กำหนดระบบการเลือกตั้งที่เลียนแบบมาจากประเทศเยอรมนี เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคใหญ่ที่ชนะเลือกตั้งมีเสียงสนับสนุนมากเกินไป ทั้งสองประเด็นนี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องร้อนแห่งปี 2558 ซึ่งน่าติดตามต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้แผนคืนความสุขคนในชาติเป็นผล
ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ความมั่งคั่งและยั่งยืน ซึ่งก็คือเรื่องปากท้องของพี่น้องชาวไทยซึ่งตลอดช่วง 7 เดือนที่ คสช. และรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ได้พยายาม "ให้ยา" รักษาอาการป่วยทางเศรษฐกิจไปแล้วหลายขนานด้วยกัน ที่เริ่มเห็นผลบ้างก็คือ การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่กระเตื้องขึ้น อันจะทำให้เกิดการจ้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนในลำดับถัดไป อีกเรื่องคือการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทบทวนเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะขยายตัว 4% อีกครั้งในต้นเดือนมกราคม 2558 เพราะแม้จะมีปัจจัยบวกคือต้นทุนน้ำมันปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยลบก็มีไม่น้อย เช่น การชะลอตัวของตลาดยุโรปและญี่ปุ่น ฯลฯ เรื่องเหล่านี้คือปราการด่านใหญ่ที่จะเป็นคำตอบถึงความมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป



