คอลัมนิสต์

ตร.โชว์มาตราฐานเครื่องเป่าแอลกอฮอล์สกัดนักดื่ม-ชอบซิ่ง

ตร.โชว์มาตราฐานเครื่องเป่าแอลกอฮอล์สกัดนักดื่ม-ชอบซิ่ง

25 ธ.ค. 2557

ตร.โชว์มาตราฐานเครื่องเป่าแอลกอฮอล์สกัดนักดื่ม-ชอบซิ่ง : สายตรวจระวังภัย โดยเจษฎา จันทรรักษ์

             สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงปีใหม่ 2556 พบว่า มีผู้เสียชีวิต 366 ราย ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ มาจากผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอล์ และเมาสุราเป็นหลัก ฉะนั้น ในช่วงปีใหม่ 2557 นี้ทางสถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงได้ร่วมกับสถาบันมาตรวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดทำโครงการ "สร้างความมั่นใจในการใช้เครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลม" เพื่อป้องปรามการดื่มสุรา

             พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อนำวิทยาศาสตร์และระบบมาตรวิทยา มาใช้ในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับตำรวจที่เป็นผู้ใช้งานเครื่องมือวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยวิธีเป่าลมหายใจว่าผลที่ออกมานั้นมีความแม่นยำ สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ด้วยเครื่องวัดมีความแม่นยำ โดยโครงการนี้มี 2 ส่วนหลักๆ คือ ให้การฝึกอบรมด้านเทคนิคการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการวัดด้วยระบบมาตรวิทยา และการให้การอบรมการใช้ และการบำรุงรักษาเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ โดยจะเน้นเส้นทางที่ประชาชนสัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีการจัดการฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้อบรมไปแล้วกว่า 500 นาย
            
             "โครงการนี้ จะเน้นเรื่องของการขับขี่ปลอดภัย เพราะมูลเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดจากเมาแล้วขับ คนเมาก็เป็นฆาตกรหลังพวงมาลัย ฆ่าคนตายบนท้องถนน ฉะนั้น จะมีการเน้นสกัดอย่างเข้มงวดตั้งแต่หน้าสถานบันเทิง เพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ยานยนต์ที่เมาสุราสามารถขับขี่ยานพาหนะได้ จากนี้ไปอาจจะมีมาตรการเพิ่มเติมกับสถานบันเทิง ซึ่งหากสถานที่ใดปล่อยให้ผู้ใช้บริการขับรถขณะมึนเมา ก็จะมีความผิดด้วย ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย จะมีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่มีความถี่มากขึ้น โดยจะมีหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น อบต. อบจ. อาสาสมัครต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของตำรวจ"

             ผช.ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทั้งหมด 4,000 เครื่อง เชื่อว่าเครื่องมือนี้จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะหากพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเมาจนยืนไม่อยู่ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะให้เป่าเพื่อตรวจสอบปริมาณที่เครื่องวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งจะแสดงผลการอ่านออกมาเป็นมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) โดยตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ใช้บังคับผู้ขับขี่รถที่ดื่มสุรา เพราะถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา และข้อมูลจะพิมพ์ออกมาทั้งหมด 2 ชุด ชุดแรกใช้เป็นหลักฐานบันทึกจับกุม ส่วนอีกชุดใช้นับจำนวนว่าใช้ไปแล้วทั้งหมดกี่ราย