
ปฏิรูปภาคเกษตรแบบยั่งยืน
ปฏิรูปภาคเกษตรแบบยั่งยืน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 ธ.ค.2557
การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของประเทศจะมีทิศทางไปในแนวไหนยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เนื่องจากประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีกลุ่มเกษตรกรไม่น้อยกว่า 24 ล้านคน แต่ที่ผ่านมามีปัญหาเกือบทุกด้าน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ยิ่งนโยบายของรัฐบาลในการพยุงราคาพืชผลการเกษตรเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ใช่แนวทางยั่งยืน และจำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณในการพยุงราคาจำนวนมากจนกลายเป็นภาระในแต่ละปีก็มากโขอยู่ จนกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมีทั้งในด้านสนับสนุนและคัดค้าน เป็นปมที่ยังเห็นต่างกัน อีกทั้งด้วยฝ่ายการเมืองนำจุดตรงนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อการหาเสียง ด้วยการผลักดันนโยบายประชานิยมทำให้การแก้ปัญหากลายเป็นเกมการเมืองไม่ใช่วิถีทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็น
นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การปฏิรูปภาคการเกษตรไทย และการปฏิรูปประเทศไทย” ที่สภาการเกษตรแห่งชาติ จัดงานประชุมสัมมนาวิชาการประจำปี 2557 “สภาการเกษตรแห่งชาติกับการปฏิรูปภาคการเกษตรที่ยั่งยืน” ได้ชี้ให้เห็นว่า ภาคการเกษตรประสบปัญหามาโดยตลอด เรื่องน้ำท่วม หน้าแล้งน้ำไม่มี ราคาสินค้าตกต่ำ ตลาดโลกสำหรับสินค้าเกษตรแคบลง การขาดเสถียรภาพการเมือง คอร์รัปชั่น โดยเฉพาะในช่วงหลัง 3-4 ปี ยังพบปัญหาหนักกรณีขัดแย้งการเมืองที่มีผลต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะกรณี "จำนำข้าว" ที่หลายฝ่ายระบุว่าทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่า 6 แสนล้านบาท และนำมาซึ่งความเจ็บปวดและทำให้เศรษฐกิจชะงัก หรือแม้กระทั่งเรื่องชลประทานที่ล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำที่ส่งไม่ทั่วถึง
นอกจากนี้ สิ่งที่อดีตนายกฯ ผู้นี้สะท้อนความจริง คือ ปัจจุบันเกษตรกรไทยแทบไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้า นักธุรกิจ หน่วยงานราชการ และในสังคมไทยภาคเกษตรเป็นภาคที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุด ดังนั้นจำเป็นต้องมีมาตรการมีนโยบายส่งเสริมความรู้เกษตรกรที่ยังขาดอยู่ เช่น ด้านตลาด การเงิน การจัดการ บัญชี สัญญาซื้อขาย และภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทเหล่านี้ด้วย ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวปาฐกถาพิเศษ "การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย" เช่นกันว่า มาตรการแก้ราคาสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน เช่น หมุนเวียนปลูกพืชอื่นโดยดูแนวโน้มตลาดโลก เพราะผลิตมากราคาตกต่ำ หันไปเน้นเรื่องคุณภาพผลผลิตพืชแทนเน้นเรื่องปริมาณ โดยรัฐบาลจะมุ่งใช้แนวทางดังกล่าว
กลุ่มนักวิชาการด้านการเกษตรได้เสนอหลายวิธีในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ แต่เป็นเรื่องทำกันเฉพาะหน้าและเฉพาะด้าน โดยมุ่งเน้นการตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภค ไม่ได้วางแผนด้านการผลิตอย่างจริงจัง ซึ่งจะพบว่า บางช่วงพืชบางชนิดมีราคาดีก็จะแห่ปลูกกันมากมาย แต่ก็มีข้อเสนอน่าสนใจนำไปพิจารณาคือ องค์กรเกษตรที่ควรได้รับการสนับสนุนให้แข็งแกร่งและให้มีกระจายทั่วประเทศ ให้มีหน้าที่ดูแลส่งเสริมเกษตรกร รวมถึงวิเคราะห์ประเภทผลผลิตที่ออกมาและวางแผนการตลาดล่วงหน้า โดยรัฐบาลให้ความอุดหนุนด้านองค์ความรู้และงบประมาณสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนการผลิต ถ้ารัฐบาลสนับสนุนให้เกิดองค์กรเกษตรอย่างจริงจังและรวมตัวเข้มแข็งตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปถึงระดับประเทศจะช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้



