
คิดอย่างมักง่าย
พักนี้ได้ชมโฆษณา "โครงการคิดอย่างยั่งยืน ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ทางทีวีบ่อยครั้งขึ้น ยิ่งโฆษณาชิ้นหลัง โชว์ภาพนายกฯ อภิสิทธิ์ ราวกับโฆษณาหาเสียงของพรรค ปชป.
ดูทีไรรู้สึกหงุดหงิดทุกที แล้วก็คิดในใจว่า "คิดกันได้แค่นี้จริงๆ หรือ"
อันที่จริงผมไม่เห็นด้วยกับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการทุ่มงบประชาสัมพันธ์ผ่านเอเยนซี่โฆษณามาตั้งแต่ยุค คมช.ยึดเมือง
เพราะการตลาดแบบขายสินค้าทั่วไป มันไม่ช่วยให้ชาวบ้านได้ "เข้าใจ เข้าถึง" หลักปรัชญาของในหลวงหรอก
จำได้ว่าตอนนั้น มีอีเวนท์เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมากมาย มีรายการเรียลิตี้โชว์ว่าด้วยความพอเพียง ซึ่งทุกอย่างมันแค่งานตีปี๊บ งบหมดก็เลิกรากันไป
ขณะที่รัฐสุรยุทธ์ ก็พยายามปั้นโครงการ "อยู่ดีมีสุข" ให้กระจายลงสู่หมู่บ้าน สุดท้ายกลายเป็นโครงการแก้บน ที่ใช้เงินกันไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย ชาวบ้านก็ไม่ได้รู้สึกว่าโครงการนั้น มันช่วยปลุกจิตสำนึกพวกเขาอย่างไร?
ครั้นมาถึงรัฐบาลนักเลือกตั้ง ก็ไม่ได้คิดอะไรที่ "นอกกรอบนักโฆษณา" แถมเดินตามรอยรัฐบาลแต่งตั้ง
20 ปีก่อน ทหารลงไปคลุกคลีกินนอนตามหมู่บ้าน และนำเอา "เกษตรทฤษฎีใหม่" ไปแนะนำชาวบ้านได้เรียนรู้ จนเกิดเป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง
ทำไม กอ.รมน.ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ฟังแค่ความเห็นของ "เจ้าแม่อีเวนท์" บางคน ว่า การโฆษณาผ่านสื่อทีวีดีกว่าส่งทหารลงไปใช้ชีวิตในหมู่บ้าน
ด้านรัฐบาลเองก็จัดตั้ง "สำนักงานชุมชนพอเพียง" ขึ้นมา เพื่อดูแล "โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน" (ศพช.)
จะว่าไปแล้ว โครงการเศรษฐกิจพอเพียงของรัฐบาล ปชป. ก็คือการแปลงโฉมโครงการเอสเอ็มแอล ของไทยรักไทยนั่นเอง
การทำงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ พยายามบอกกับทุกคนว่า โครงการนี้ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้คิดว่าจะทำอะไรให้เหมาะกับคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีอำเภอ หรือเทศบาล เป็นพี่เลี้ยง
พลันที่ลงมือดำเนินการตามโครงการที่ว่านี้ ก็กลับไปอยู่ในการบริหารจัดการของ "ข้าราชการ" อยู่เหมือนเดิม คล้ายกับโครงการอยู่ดีมีสุขของรัฐบาลสุรยุทธ์
ชาวบ้านร้านถิ่นที่เคยชินกับประชานิยมแบบทักษิณ ก็จะออกปากบ่นว่า มันยุ่งยากและได้เงินช้า
ที่แย่ไปกว่านั้น อำเภอหรือเทศบาล ไม่ได้ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงเฉยๆ หากแต่ทำตัวเป็นผู้จัดการโครงการ โดยการเข้ามาเสนอโครงการนั้นโครงการนี้ให้ชาวบ้าน
ชาวบ้านจะไม่รับได้ยังไง เพราะมันการันตีว่าเสนอขึ้นไปก็ต้อง "ผ่าน" และมีการอนุมัติโครงการลงมาอย่างแน่นอน
ในโลกแห่งความจริง ไม่เหมือนโฆษณาทีวีที่ว่า ใครมีปัญญาก็เอามาขายหรอกน่า?
บรรดา "เอ็นจีโอโรแมนติก" ที่ปรึกษาใหญ่ของสำนักงานชุมชนพอเพียง ก็นั่งขายฝันผ่านหน้าจอทีวี แถมยังมีการว่าจ้างมือโปรพีอาร์ราคาแพง เข้ามาสร้างภาพลักษณ์องค์กรอีก
พวกพีอาร์พานักข่าวลงไปดู "ชุมชนต้นแบบ" หรือ "นักพัฒนาชาวบ้าน" ที่มีคนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้จักหมดแล้ว ทำกันซ้ำๆซากๆ แล้วก็รับเงินงบประมาณไปร้อยล้าน
ไยไม่มีใครใส่ใจว่าชาวบ้านว่า จริงๆ แล้วพวกเขาน่ะคิดยังไง? ทำไมจึงเชื่อใจ "ข้าราชการ" มากกว่า "ประชาชน"
ทำกันได้แค่นี้ ก็ได้เป็นรัฐบาลสมัยเดียวเท่านั้นแหละ...นักเลือกตั้งสายพันธุ์อนุรักษนิยม !
แคน สาริกา



