
กษิตกับหลุมพรางการเมือง
ณ เวลานี้ ทั้งสื่อและสังคมไทยได้พิพากษานายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศเรียบร้อยแล้วว่าสมควรลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว หลังถูกตำรวจตั้งข้อหาก่อการร้าย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแกนนำที่บุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง
จนเป็นเหตุให้สนามบินทั้ง 2 แห่งต้องปิดทำการชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อจะได้ต่อสู้กับข้อกล่าวหาโดยไม่นำชื่อเสียงและผลประโยชน์ของประเทศชาติมาผูกติดด้วย และเพื่อจะได้สร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองสำหรับคนรุ่นใหม่
คำพิพากษาของสื่อและสังคมดังกล่าวมีขึ้นแม้ว่าศาลจะยังไม่ประทับรับฟ้องแต่ประการใด ถือเป็นการเต้นตามกระแสการเมือง ทั้งๆ ที่ถ้าดูตามคำนิยามของ "การก่อการร้าย" แล้ว การกระทำของนายกษิต ภิรมย์ ยังยากจะชี้ชัดว่าเข้าข่ายก่อการร้ายหรือไม่ เพราะจนถึงขณะนี้ ทั่วโลกยังไม่สามารถให้คำนิยามหรือคำจำกัดความคำว่า "การก่อการร้าย" ที่ตายตัวและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางได้ แต่โดยทั่วไปเป็นที่เข้าใจกันดีว่าหมายถึงการจงใจใช้หรือคุกคามว่าจะใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน หรือเป้าหมายพลเรือน เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายทางการเมือง
หรือในส่วนของกฎหมายไทยได้ให้คำนิยามครอบจักรวาลที่กว้างมากกว่า คลุมไปถึงการใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ต่อร่างกายอย่างร้ายแรง หรือต่อเสรีภาพ หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ระบบขนส่งสาธารณะ โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสาธารณะ หรือการให้การสนับสนุนในการทำความผิดดังกล่าวข้างต้น เพื่อตระเตรียมการก่อการร้าย ฯลฯ แต่ความผิดนี้มีข้อยกเว้นหากมีขึ้นระหว่างการชุมนุมประท้วงหรือการเดินขบวน ฯลฯ
ผลที่เกิดขึ้นตามมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะทำให้ปัญหาแท้จริงถูกบิดเบือนแล้ว ยังทำให้ประชาชนรู้สึกสับสนว่าการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชนเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลที่ทุจริตฉ้อฉลและไม่ชอบธรรมนั้นเป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ ที่สำคัญก็คือเข้าล็อกของกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศช่วงที่กำลังเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 42 และการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 16 ซึ่งกำหนดมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคมนี้ ที่ จ.ภูเก็ต ด้วยการปลุกกระแสกดดันให้นายกษิต ภิรมย์ ลาออกในเมื่อเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นนักการทูตอาชีพผู้มากความสามารถและมีจุดยืนแน่วแน่ที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
เราเชื่อว่า หนึ่งในทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ก็คือ นายกษิต ภิรมย์ จะต้องพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพื่อรักษาไว้ซึ่งจุดยืนอันแน่วแน่ของตัวเองไว้ตลอดไป



