คอลัมนิสต์

ดูคนผิด

ดูคนผิด

09 ก.ค. 2552

คงต้องบอกว่า น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งสำหรับ "การเมืองใหม่" ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพยายามก่อรูปกันขึ้นมา ที่ต้องมาเจอกับคำถามที่ปกติใช้กับการเมืองเก่าๆ ที่มุ่งทำเพื่อเพื่อน พวก และกระเป๋าตัวเอง หลังจากที่ กษิต ภิรมย์ ตัดสินใจไม่ลาออกจากตำแห

 ถึงแม้จะมีเหตุผลว่า รัฐมนตรีกษิต ยังมีภารกิจในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน ที่ภูเก็ตในวันที่ 17-23 กรกฎาคมนี้

 อันเป็นการจัดการประชุมที่ไม่ควรจะล่มหรือเลื่อนออกไปอีกหลังจากหน้าดำแก้มป่อง พาแดงไปป่วนจนผู้นำอาเซียนกระเจิง ที่พัทยา เมื่อเดือนเมษายน

 ก็พอจะกล้อมแกล้มพยักหน้างึกๆ ได้ว่า อืม...ทำเพื่อชาติ

 แต่ในใจก็ยังค้างคาอยู่ดีว่า ระหว่างการทำภารกิจเพื่อชาติที่ว่า กับการสร้างบรรทัดฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองนั้น อย่างไหนเป็นสิ่งที่ควรจัดไว้ในลำดับแรก

 เพราะทั้งสองอย่างนั้นก็คือการทำเพื่อชาติด้วยเหมือนกัน

 ในความจริงแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ ถ้าไม่ใช่คนที่ชื่อ กษิต ภิรมย์ การมอบหมาย หรือควานหาบุคคล หรือรัฐมนตรีมาทำหน้าที่นี้อาจเป็นเรื่องที่ฉุกละหุก และอาจทำได้ไม่เท่ากับที่ รัฐมนตรีกษิต ลงมือเอง

 นั่นก็จริง !!

 แต่การละทิ้งโอกาสที่จะได้เป็น "แบบอย่าง" เป็นบรรทัดฐานให้นักการเมืองเลือกรักษาจริยธรรมโดยที่โอกาสอย่างนี้ ยากที่ใครคนใดคนหนึ่งจะได้รับ และไม่ใช่ว่า โอกาสแบบนั้น จะมีกันได้หลายครั้งหลายหน

 รัฐมนตรีกษิต ทิ้งโอกาสนั้นไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะยังมีจังหวะแบบนั้นอีกหรือไม่

 หลังการประชุมอาเซียนปลายเดือนนี้ เพื่อให้เสร็จสิ้นภารกิจเพื่อชาติ แล้วตัดสินใจอีกครั้งจะเป็นไปได้หรือไม่

 แต่ดูเหมือนว่า รัฐมนตรีกษิต ทิ้งโอกาสนั้นไปแล้วจริงๆ เพราะพูดชัดเจนว่า "ผมผิดอะไร"
 
 นั่นหมายความว่า เมื่อเกิดการกล่าวหาของตำรวจ ถึงแม้จะมีกฎหมายรองรับ แต่หากยังไม่ถึงขั้นที่ศาลตัดสิน ก็ไม่ต้องทำอะไร ...
 คิดอย่างนี้แล้วมันจะต่างอะไรจากการเมืองในยุคที่ผ่านมา

 วิทยากรบนเวทีพันธมิตรก็แค่ไปให้ความรู้ แต่ไม่ได้มุ่งแสวงหาการเมืองแบบใหม่ หรือแสวงหาแนวทางการเมืองที่หลุดพ้นจากระบอบทักษิณ

 แต่เอาเถอะ เมื่อ คุณกษิต ตัดสินใจไปแบบนี้แล้ว ก็คิดเสียว่า ดูคนผิด !