
แควอ้อมวัดเพลงและบ้านหลังใหญ่
แควอ้อมวัดเพลงและบ้านหลังใหญ่ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
"ถิ่นเพลงปรบไก่ แควอ้อมใสไหลผ่าน ย่านผลไม้รสดี มากมีขนมโบราณ นมัสการเจ้าพ่อหลักหิน งามศิลป์โบสถ์ร้อยปี" คือคำขวัญของ "อำเภอวัดเพลง" ที่อธิบายความเป็นมาของท้องถิ่นอันสงบเย็นมายาวนาน
อำเภอวัดเพลง อยู่ติดกับ อำเภอเมืองราชบุรี ทางตอนใต้ เป็นอำเภอที่เล็กที่สุด เป็นอำเภอสีเขียวที่เต็มไปด้วยร่องผัก สวนผลไม้นานาชนิด ชาววัดเพลงส่วนใหญ่เป็นชาวสวน
ประชากรในอำเภอวัดเพลง มีทั้ง จีน คริสตัง มีโบสถ์วัดเพลงพระหฤทัยเป็นศูนย์กลาง จีนพุทธ ส่วนมอญก็มีบ้าง
เพลงปรบไก่ เป็นเพลงที่มีอายุยาวนานมากว่า 200 ปี ยังคงเหลือคณะนักร้องเพลงปรบไก่ที่บ้านเวียงทุนแห่งนี้ที่เดียว ซึ่งหมู่บ้านนี้อยู่ใกล้อำเภอเมืองราชบุรี ถนนวัดเพลง-ปากท่อ
ดั่งคำเล่าขานกันมาว่า "มีพระเม้งแล่นเรือใบมาจมอยู่ในบ้านเวียงทุน และได้ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนั้น และได้ล่องเรือเล่นเพลงกันยามน้ำนองเต็มแม่น้ำ พวกหนึ่งได้มาสร้างวัดขึ้น และให้ชื่อว่า "วัดเพลง" และได้ตั้งหมู่บ้านให้ชื่อว่า "บ้านเพลง" ต่อมาได้ตั้งเป็นตำบลเลยเรียกชื่อตามกันมาจนทุกวันนี้"
อำเภอวัดเพลง เมื่อตั้งขึ้นครั้งแรกชื่ออำเภอวัดประดู่ เพราะสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอครั้งแรกอยู่บริเวณหน้าวัดประดู่อ้อม ตำบลจอมประทัด ต่อมาได้ย้ายสถานที่ตั้งอำเภอมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอ้อม (ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอวัดเพลงในปัจจุบัน) และเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอแม่น้ำอ้อม
เนื่องจากการไปติดต่อกับจังหวัดราชบุรี ซึ่งในฤดูแล้งน้ำลดมากก็เป็นอุปสรรคในการเดินทาง จึงอนุญาตกระทรวงมหาดไทยย้ายอำเภอไปตั้งใหม่ที่ตำบลปากท่อ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอปากท่อ
เมื่ออำเภอแม่น้ำอ้อมถูกโอนไปตั้งเป็นอำเภอปากท่อ ทางราชการยังคงให้สถานีตำรวจภูธรอยู่ตามเดิมมิได้ย้ายไปด้วย เพราะเกรงว่าเหตุการณ์โจรผู้ร้ายจะกำเริบขึ้น และทางราชการก็เห็นสมควรให้ตั้งกิ่งอำเภอขึ้นแทน โดยตั้งชื่อว่ากิ่งอำเภอวัดเพลง และได้ยกฐานะเป็นอำเภอวัดเพลง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2516
กล่าวสำหรับสายน้ำ "คลองแควอ้อม" หรือ "แม่น้ำอ้อม" ซึ่งแยกจากแม่น้ำแม่กลอง ที่อำเภอเมืองราชบุรี ไหลอ้อมผ่านที่ราบลุ่มอำเภอวัดเพลง ก่อนจะไปบรรจบกับแม่น้ำแม่กลองอีกครั้ง ที่ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
นับแต่ "อัมพวาบูม" นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสมุทรสงคราม ส่วนใหญ่แล้วต้องการที่จะล่องเรือชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืน
คลองแควอ้อม ลำคลองที่เต็มไปด้วยต้นลำพูที่ยังคงความสมบูรณ์ จึงตกเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยว ในยามราตรี จึงมีเรือหางยาว ลำแล้วลำเล่า แล่นเข้าไปในคลองแควอ้อม เพื่อชมหิ่งห้อยในความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนน้ำ
ปลายทางของเรือหางยาวที่บรรทุก "นักล่าหิ่งห้อย" อยู่ที่บริเวณวัดเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา ที่อยู่ฝั่งขวาของคลองแควอ้อม ส่วนฝั่งซ้ายคือตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที
เลยจากวัดเหมืองใหม่ขึ้นไป ก็ยังมีวัดแก้วเจริญ อยู่ติดกับปากคลองประดู่ ซึ่งลำคลองเก่าแก่สายนี้เส้นแบ่งเขตแดน "สมุทรสงคราม" กับ "ราชบุรี" โดยคนแถวนั้นเรียกคลองประดู่ว่า "คลอง 2 เมือง"
เมื่อล่องเรือเข้าเขตตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จะพบบ้านสวนส้มทิพย์รีสอร์ทแอนด์สปา ที่มีบริการแพ็กเกจท่องเที่ยว เช่น ไหว้พระ 9 วัด, วิถีชีวิตของชาวบ้าน 2 ฝั่งคลอง, ล่องเรือชมตลาดน้ำ และดูหิ่งห้อยยามค่ำคืน
ติดกับรีสอร์ทบ้านสวนส้มทิพย์ ก็เป็น "บ้านหลังใหญ่" ของ "อภิรุจ-วันทนีย์ สุวะดี" ซึ่งคนในตระกูล "สุวะดี" แห่งลุ่มน้ำแควอ้อม ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูง และอยู่ในเครือข่าย "พงศ์พัฒน์" ตั้งแต่ "สุดาทิพย์" พี่สาวคนโต และ "ณรงค์-ณัฐพล" น้องชายร่วมอุทร
นอกจากถิ่นฐานบ้านเกิดที่วัดเพลง ครอบครัว "สุวะดี" ยังมีสายสัมพันธ์กับตระกูล "เกิดอำแพง" แห่งตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
ในวันที่ "ลูกสาวคนที่ 3" กลับคืนสู่อ้อมอก "สุวะดี" บ้านหลังใหญ่ริมคลองแควอ้อม ยังคงตระหง่านเหนือลำน้ำ
ขณะที่ความเงียบได้เข้าปกคลุมอาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่ เมื่อสมาชิกในครอบครัวหลายคนต้องอาญาแผ่นดิน



