คอลัมนิสต์

เด็กน้อยชาวปากีอีกกี่ศพต้องนอนในโลง

เด็กน้อยชาวปากีอีกกี่ศพต้องนอนในโลง

17 ธ.ค. 2557

เด็กน้อยชาวปากีอีกกี่ศพต้องนอนในโลง เพียงเพื่อหวังอำนาจหรือสนองความเชื่อ : กระดานความคิด โดยสำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร

               เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กลุ่มนักรบตาลีบันบุกสังหารนักเรียนและครูโรงเรียนทหารบกปากีสถานในเมืองเปชวาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 140  คน และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนมากถึง 82 คน แม้ว่าขณะนี้ทหารสามารถช่วยเหลือตัวประกันที่เป็นครูและนักเรียนหลายสิบคนได้หมดแล้วก็ตาม

               เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา  เมื่อมือปืนอย่างน้อย 6 คนแต่งกายในชุดทหารบุกเข้าไปในโรงเรียนก่อนเปิดฉากยิงสังหารนักเรียนและครูที่อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว ต่อมากลุ่มตาลีบันปากีสถาน (ทีทีพี) ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ยิงสังหารนักเรียนในโรงเรียนทหารบกแห่งนี้ โดยกำชับให้สังหารเฉพาะเด็กโตเพื่อแก้แค้นที่กองทัพปฏิบัติการกวาดล้างสมาชิกของกลุ่มในจังหวัดนอร์ทวาซิริสถาน ใกล้กับเปชวาร์

               หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นนายคาวาจา อาซิฟ รัฐมนตรีกลาโหม ประณามเหตุโจมตีโรงเรียนว่า เป็นเหตุการณ์ป่าเถื่อนเลวร้ายที่เข่นฆ่าเด็กผู้บริสุทธิ์ ผู้ก่อการร้ายต้องการสร้างความเจ็บปวดและทำลายเสถียรภาพของประเทศ แต่จะไม่มีวันทำได้สำเร็จ นอกจากนี้ ทั้งสหรัฐ อินเดียและเยอรมนี ต่างประณามเหตุการณ์นองเลือดครั้งนี้

               ด้าน "มาลาลา ยูซาฟไซ" หญิงสาวชาวปากีสถานเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพอายุน้อยที่สุด ที่รอดชีวิตจากการถูกกลุ่มตาลีบันยิงที่ศีรษะ กล่าวว่า เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้ทำให้เธอหัวใจสลาย และขอประณามการกระทำที่เหี้ยมโหดและขี้ขลาดของกลุ่มตาลีบัน 

               "รู้สึกเช่นเดียวกับคนนับล้านทั่วโลก เธอเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของเด็กๆ  ซึ่งเป็นเสมือนพี่และน้องของเธอ เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้" เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดระบุ

               "มาลาลา" เคยถูกตาลีบันจ่อยิงในระหว่างนั่งอยู่บนรถโรงเรียน เมื่อปี 2555 ขณะที่อายุ 15 ปี เพื่อเป็นการลงโทษที่เธอเคลื่อนไหวสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กผู้หญิงในปากีสถาน ทำให้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับการกดขี่ผู้หญิงและสิทธิเพื่อการศึกษาจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

               และเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มตาลีบันปากีสถานที่บุกโจมตีโรงเรียนของกองทัพมีหลายเหตุผล แต่หนึ่งในนั้นคือการส่งสารไปถึงผู้สนับสนุน "มาลาลา"  โดยต้องการตอบโต้ที่มาลาลาได้โนเบลสันติภาพด้วย

               เมื่อก่อนนี้พอได้ทราบข่าวการก่อเหตุรุนแรงในประเทศปากีสถานจะวัดความสนใจอยู่ที่ตัวเลขของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่ามีการเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนรู้สึกชินชา บวกกับเป็นสถานที่ที่ยังห่างไกลจากประเทศไทย

               แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ศึกษาประวัติของ "มาลาลา" ที่เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในวิชาขันติธรรมทางศาสนา หลักสูตรปริญญาโทสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า"สติ ขันติ สันติ" และคำว่า "สันติภาพ" มากขึ้น ไม่ใช่รู้เพียงว่าใครได้รางวัลสาขาสันติภาพแล้วก็จบ ทำให้ทราบว่า "มาลาลา" คือ "ลมหายใจแห่งสันติภาพ" ในโลกยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง หากเปรียบเทียบเด็กทั่วๆไปที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันมักจะคิดถึงแต่ประโยชน์ตัวเอง แต่สำหรับ "มาลาลา" แล้วเธอคิดถึงบุคคลอื่น

               "มาลาลา" ได้บำเพ็ญขันติธรรมทางศาสนาขั้นสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศปากีสถานและกับตัวเองจะรุนแรงมากเพียงใด เธอก็ไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่ต้องกระตุ้นให้เด็กได้เรียนหนังสือนี้คือหัวใจสำคัญ 

               และจากศึกษาประวัติของ "มาลาลา" ทำให้ทราบหมายความของ "ขันติธรรมทางศาสนา" มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่จมอยู่แต่เพียงความอดทน อดกลั้น แต่ยังครอบคุมถึงความหมายที่ว่า เคารพ ยอรับฟังความคิดเห็นต่างของบุคคลอื่น

               "ขันติธรรมทางศาสนา" จึงมีความสำคัญที่จะเป็นพื้นฐานให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แม้ว่าจะมีความคิดเห็น ความเชื่อ แตกต่างกันก็ตาม

              หรือเป็นเพราะว่ามีผู้ที่ต้องการอำนาจแต่ใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างหรือเป็นเครื่องมือและมองค่าความเป็นมนุษย์ลดน้อยลงไป แล้วจะต้องล้างมนุษย์ทั้งโลกกระนั้นหรือถึงจะได้อำนาจนั้นมา จนไม่สนใจหลักการข้อนี้ไป