คอลัมนิสต์

ตำรวจจะช่วยชีวิตประชาชนจากภัยอุบัติเหตุได้จริงหรือ?

ตำรวจจะช่วยชีวิตประชาชนจากภัยอุบัติเหตุได้จริงหรือ?

17 ธ.ค. 2557

ตำรวจจะช่วยชีวิตประชาชนจากภัยอุบัติเหตุได้จริงหรือ? : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข

                ผู้นำตำรวจพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ในสายตาของประชาชนมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งมักได้ข้อสรุปตรงกันว่า "งานจราจร" เป็นงานลำดับแรกๆ ขององค์กรตำรวจในการพลิกโฉมหน้าการทำงานในสายตาของประชาชนและสามารถช่วยกู้ภาพลักษณ์ที่ดีคืนสู่สายตาประชาชนได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยถูกโหมกระหน่ำจากองค์การนานาชาติอย่างองค์การอนามัยโลกที่เผยแพร่ข้อมูลไปทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนที่ทำให้สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับสองของโลกเป็นเหมือนตราประทับและเป็นบทท้าทายสำคัญสำหรับตำรวจที่จะต้องปรับเปลี่ยนระบบการทำงานในส่วนงานจราจรและใช้ศักยภาพและยุทธวิธีต่างๆ ในการสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ให้เข้ามาร่วมมือเพื่อพิทักษ์ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา

                นี่คือ จุดเปลี่ยนที่ท้าทายและสำคัญ

                เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สนองนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แถลงนโยบายเน้นหนักต้องตรวจจับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน และมีการจัดทำรายงานที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้บทบาทของตำรวจจราจรยุคนี้จึงเน้นหนักการทำงานจราจรที่มุ่งเน้นทั้งด้านความสะดวกและปลอดภัย

                ของขวัญ 4 ชิ้นเพื่อประชาชนภายใต้สโลแกน "ทุกวันปลอดภัย" จะเพ้อฝันหรือเป็นจริงได้ขึ้นอยู่กับผู้นำตำรวจว่าจะสามารถสร้างระบบบริหารจัดการให้ตำรวจไพร่พลทั้งหลายที่ปฏิบัติงานอยู่ตามสถานีตำรวจต่างๆ ทั่วประเทศรวมสถานีตำรวจทางหลวงด้วย 1,514 แห่งสามารถทำงานในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้พ้นจากภัยอุบัติเหตุทางถนนได้จริงสมเจตนารมณ์ของเหล่าบรรดาตำรวจที่แสดงไว้ที่ห้องประชุมศรียานนท์หรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่การสร้างฝันเท่านั้น

                ของขวัญชิ้นแรก ตำรวจจราจรจักมุ่งมั่นปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอุบัติเหตุทางถนนให้มากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา

                ของขวัญชิ้นที่ 2 ตำรวจจราจรจักทำงานแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกวัน

                ของขวัญชิ้นที่ 3 ตำรวจจราจรทั้ง 1,514 สถานีตำรวจจักทำงานอย่างเต็มศักยภาพในการแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้ระบบสืบสวนอุบัติเหตุซึ่งเป็นการทำงานบนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เข้าทำนองแก้ปัญหาที่ตรงสาเหตุ ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา และถูกวิธี

                ของขวัญชิ้นที่ 4 ตำรวจจักบังคับใช้กฎหมายจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนด้วยความยุติธรรม

                ตำรวจคิดถูก ที่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานจราจรโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยที่ต้องกระทำทุกวัน มิใช่กระทำเฉพาะช่วงเทศกาลแต่เพียงเท่านั้น

                ตำรวจคิดถูกที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความสะดวกและความปลอดภัยควบคู่กันไป

                ตำรวจคิดถูกที่ทำงานบนพื้นฐานของการจัดทำระบบการสืบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อบริหารจัดการข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

                ตำรวจคิดถูกว่าตำรวจไม่สามารถทำงานจราจรในการสร้างความปลอดภัยทางถนนแต่เพียงลำพังได้ ถึงแม้ว่าตำรวจจะมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย แต่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนนั้นเกิดขึ้นจากหลายเหตุหลายปัจจัยเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ซึ่งบางสาเหตุนั้นอาจอยู่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของตำรวจ แต่การที่ตำรวจไม่ละความพยายามที่จะส่งต่อข้อมูลเพื่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไขและป้องกันร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

                สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ

                ตำรวจคิดถูกอย่างยิ่งที่ไม่ยอมจำนนต่อปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ข้อจำกัดด้านทรัพยากรใดๆ ด้วยมีวิธีคิดที่จะมุ่งมั่นในการดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้จงได้

                สิ่งที่ผู้นำตำรวจเริ่มต้นจากการบริหารจัดการภายในองค์กรตำรวจของตนเองก่อนด้วยการมีนโยบายเน้นหนักที่จะให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกนายให้ความสำคัญกับการบริหารงานจราจรโดยไม่ปล่อยให้สารวัตรจราจรหรือนายดาบทำหน้าที่บริการประชาชนอย่างที่เคยเป็นมาแต่เพียงเท่านั้น พร้อมทั้งปรับระบบการทำงานที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่สมภาคภูมิความเป็นตำรวจ จากนั้นต่อด้วยการบริหารจัดการภายนอกหน่วยโดยการเชื่อมภาคีเครือข่ายสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อรวมพลังกันในการทำงาน นี่คือนวัตกรรมทางการบริหารความปลอดภัยทางถนนที่เริ่มขึ้นแล้วใน ตำรวจยุคนี้ ซึ่งถึงแม้อาจจะดูว่ามาช้าไปบ้างแต่ก็ต้องชื่นชมผู้นำตำรวจยุคนี้อย่างยิ่งจากใจจริง

                ไม่ว่าของขวัญที่ ผบ.ตร.จะมอบให้ประชาชนในครั้งนี้จะเกิดขึ้นเนื่องมาจากเหตุผลใดกันแน่? เกิดขึ้นจากกระแสการตั้งคำถามถึงการปล่อยปละละเลยให้คนตายกลางถนนเป็นอันดับสองของโลกจากนานาชาติ? หรือ เกิดขึ้นเนื่องมาจากการบัญชาของนายกรัฐมนตรี? หรือเกิดขึ้นจากการที่มีพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สานต่อนโยบายงานจราจรได้อย่างเป็นทีมเดียวกันนั้น อาจไม่มีคุณค่าหรือความจำเป็นใดๆ ในการหาคำตอบเท่ากับการตั้งคำถามต่อว่า

                ฝันนี้จะเป็นจริง หรือเป็นได้เพียงแค่ความฝันเท่านั้นเอง !!!