
ต้นธารปฏิรูปชาติ
ต้นธารปฏิรูปชาติ : บทบรรณาธิการฉบับวันที่ 17 ธันวาคม 2557
ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากกรรมาธิการประจำสภา 18 คณะที่พิจารณาเสร็จ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้เสนอรายงานไปแล้วจำนวน 8 คณะ มีความเห็นที่หลากหลาย มีเรื่องเข้ามามากถึง 246 เรื่อง และมีเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าจะจับตามองไม่แพ้ประเด็นทางการเมืองก็คือ เรื่องทางด้านสังคมอื่นๆ อย่างเช่น การปฏิรูปการศึกษา ด้วยเหตุที่ว่า สังคมไทยทุกวันนี้มีปัญหามากมายและจำนวนไม่น้อยเป็นผลมาจากระบบการศึกษาในชาติ ซึ่งในวันนี้ไม่ใช่ประเด็นเพียงแค่การเรียนการสอน หรืออ่านออกเขียนได้อย่างที่ทำกันมาในอดีต หากแต่มีความสลับซับซ้อนไปถึงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อสร้างสังคมอันเปี่ยนด้วยจริยธรรม อันจะเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดการทุจริตฉ้อฉล อันเป็นต้นเหตุของสารพัดปัญหาที่รุมเร้าอยู่ขณะนี้
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นำเสนอต่อที่ประชุม สปช.เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา 6 ประเด็น คือ 1.ความเป็นพลเมือง 2.สิทธิเสรีภาพในการศึกษาของบุคคล 3.หน้าที่พลเมือง 4.แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านการศึกษา 5.กระจายอำนาจด้านการจัดการศึกษา 6.การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมด้านการศึกษา นายชัย ชิดชอบ สมาชิก สปช.ด้านการเมือง เสนอความเห็นโดยเน้นในเรื่องตัวบุคลากรครูตั้งแต่คุณภาพและผลตอบแทน กำหนดการบริหารพัฒนาให้เกิดทักษะ ลดและกระจายครูให้เหมาะสม ปรับระบบใบอนุญาตวิชาชีพครู เน้นให้ครูได้ทำหน้าที่ในการสอนให้มากขึ้น ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของกระทรวงศึกาธิการ กระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างอิสระ จัดสรรงบประมาณและเงินอุดหนุนรายหัวให้มีประสิทธิภาพ ปฏิรูปการกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
การประชุม สปช.เพื่อนำเสนอประเด็นครั้งนี้ไม่เกินไปจากความคาดหมายนัก เพราะผลผลิตที่ได้จากการระดมสมองในระยะเวลาที่ผ่านมา เรียกได้ว่าควรจะต้องตกผลึกในระดับหนึ่ง เพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณากลั่นกรองขัดเกลา สกัดออกมาเป็นกฎหมายหลักที่เปรียบประดุจหางเสือนำพาประเทศหลุดพ้นจากหลุมปลักแห่งวิกกฤติการณ์ เรื่องสำคัญหนึ่งที่ควรจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษนอกเหนือการเรียกคืนความปรองดองสมานฉันท์แล้วก็คือ ทุกมาตรการสำหรับสกัดกั้นการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุเอาไว้ว่า หนทางของการปฏิรูปหนึ่งก็คือ จะต้องหยุดยั้งประชานิยม ซึ่งเป็นพ่อของระบบอุปถัมภ์ ซึ่งก็คือต้นตอของการทุจริต ซื้อเสียง และคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย
ขณะเดียวกัน ไม่ว่ากฎกติกาในชาติจะเขียนเอาไว้รอบคอบแน่นหนาเพียงใด ถ้าหากคนในชาติยังตกอยู่ในกับดักประชานิยม ที่ส่งผ่านการเมืองในระดับชาติสู่นักการเมืองท้องถิ่น ก็ไม่มีวันที่การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องยกระดับการศึกษาของคนในชาติไปพร้อมกัน ซึ่งในที่นี้คงไม่ได้ไม่ความหมายแต่เพียงปัญหาในเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการในกระทรวงศึกษาธิการ ดังที่ สปช. และนายชัยได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอที่ประชุมเท่านั้น หากแต่จะต้องลงลึกในเรื่องของเนื้อหา ที่จะต้องทำให้เกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ให้คนในชาติอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งพิงตนเองและชุมชนได้ อันจะต้องมาจากแกนหลักของการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปพร้อมปฏิรูปการศึกษา ก้าวสู่ความปรารถนาสูงสุด คือเป็นรัฐอันปราศจากการโกงกิน



