
สิงคโปร์อีก50ปีข้างหน้า
สิงคโปร์อีก50ปีข้างหน้า : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
เกาะสิงคโปร์--อีก 50 ปีข้างหน้า สิงคโปร์ประเทศรวยที่สุดในอาเซียนจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร? จะเป็นประเทศชั้นนำเหมือนเดิมหรือไม่? สิงคโปร์ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง? พรรคพีเอพี (People’s Action Party) ยังเป็นพรรครัฐบาลอยู่ต่อไปหรือไป? เกาะแห่งนี้จะขยายพื้นที่ให้มากขึ้นได้อย่างไร? เพื่อจะนำพาประเทศไปสู่อนาคตในปี 2064
คำตอบง่ายๆ คือสิงคโปร์จะเป็นแบบเดิมไม่ได้ ต้องเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กว้างใหญ่ขึ้น เปิดโอกาสให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้น เพื่อค้นหาความคิดความอ่านที่ดีที่สุดในการพัฒนาบ้านเมืองที่มีพื้นที่จำกัด คนสิงคโปร์เป็นคนมีการศึกษาสูง มีเงิน แต่ไม่สามารถหนีไปไหนได้
ในประเทศอื่นๆ ที่ใหญ่กว่าสิงคโปร์ ถ้าชีวิตในเมืองหลวง อยู่กินไม่ได้แพง บ้านช่องราคาแพง ชีวิตแออัด คนเหล่านั้นสามารถจะอพยพไปอยู่ต่างจังหวัด หรือที่อื่นๆ ที่ถูกว่า ส่วนคนสิงคโปร์ทำเช่นนั้นไม่ได้ ที่อยู่อาศัยยังเป็นปัญหาใหญที่สุดในสิงคโปร์เพราะราคาบ้านช่องแพงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่เมืองนอกหรือข้ามไปอยู่มาเลเซีย ไทย หรือฟิลิปปินส์
ในขณะนี้ สิงคโปร์ต้องถือได้ว่าเป็นช่วงเจริญสูงสุดแล้ว หลังแยกตัวออกมาเป็นชาติอิสระจากมาเลเซียในปี 1963 คนสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อปีมากกว่า 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าหลายประเทศในยุโรป ผู้นำสิงคโปร์มีความต่อเนื่องในการวางแผนเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่เคยขาดช่วง จึงไม่แปลกใจ สิงคโปร์จึงมีนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่มีผลงานออกมาเป็นประจำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ยกตัวอย่างภายในห้าปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้สร้างเกาะเล็กๆ แห่งนี้ให้เป็นศูนย์ศิลปะการแสดงของอาเซียน
สาเหตุหลักเป็นเพราะว่าคนสิงคโปร์รวมทั้งรัฐบาลมีการวางแผนการระยะยาวทั้งการศึกษาและแผนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีความพยายามฝึกคนหนุ่มสาวให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจของภูมิภาคและโลก รัฐบาลได้ทำเกาะแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลก นอกจากนั้นยังสร้างบรรยากาศในเกาะแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางของคนเก่งทั่วโลกที่อยากเข้ามาอยู่ รัฐบาลสร้างศูนย์ค้นคว้าและคลังสมองมากมายเพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถ แน่นอนเงินตอบแทนที่ได้สูงพอๆ กับโลกตะวันตกยังเป็นปัจจัยบวก
ในอนาคต สิงคโปร์จะไม่มีโอกาสแบบเดิมเพราะสมาชิกอาเซียนก็ได้ก้าวไปข้างหน้าไม่แพ้กัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ต่างๆ ก็ได้พัฒนาในแบบของตัวเอง และลดช่องว่างความได้เปรียบของสิงคโปร์
ที่น่าสนใจคืออินโดนีเซีย ในอดีตสิงคโปร์เป็นแหล่งการคลังและความรู้ทุกอย่างของคนอินโดนีเซีย เนื่องจากอยู่ใกล้กัน คนอินโดนีเซียมักจะเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อซื้อของ ดูแลสุขภาพหรืออะไรก็ตามที่อินโดนีเซียไม่สามารถหาได้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้อินโดนีเซียได้กลายเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ทำให้ฐานะอินโดนีเซียในอาเซียนและในบริบทโลกนั้นสูงขึ้นมาก ถึงแม้ว่าการพัฒนาในหลายๆ ด้านยังตามไม่ทันก็ตาม
ส่วนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ก็กำลังฟื้นฟูดีขึ้นกว่าเดิม แรงงานอยู่เมืองนอกเกือบ 10 ล้านคน เริ่มกลับมาและคงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอัตราเศรษฐกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนในปีหน้าที่จะถึง ได้เตรียมพร้อมที่จะผลักดันให้ประชาคมอาเซียนมีการบูรณาการมากที่สุด
สำหรับไทย อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านมีการปฏิรูปขณะนี้ ถ้าดูไทยในบริบทอาเซียน เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไทยเราขาดเสถียรภาพการเมืองในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้บทบาทนำของไทยในอาเซียนถูกบดบังไป หวังว่าหลังปฏิรูปการเมือง บทบาทไทยในอาเซียนจะกลับคืนมา ผู้นำอาเซียนไม่ต้องหยิบยการเมืองไทยมาเป็นประเด็นถกเถียง
เมื่อเช็กดูสภาพการพัฒนาในสมาชิกอื่นๆ ในอาเซียนจะพบว่า ข้อได้เปรียบสิงคโปร์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ (เช่นเดียวกับประเทศไทย เพราะเพื่อนบ้านเช่นพม่า ได้เปิดประเทศและดึงเอาเงินลงทุนเข้ามา) ฉะนั้นสิงคโปร์จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์อนาคตรุดหน้าที่สุด ประเด็นหนึ่งที่กลุ่มคลังสมองสิงคโปร์คิดออกมาคือ สิงคโปร์ต้องเป็นประเทศที่ให้ซอฟต์แวร์ในประเทศอาเซียนคือ ให้ความรู้ สอนวิธีการจัดการคน หรือทรัพยากร เป็นต้น



