
ความจริงเท่านั้นที่ป้องกันก่อการร้าย
ความจริงเท่านั้นที่ป้องกันก่อการร้าย : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
กระแสข่าวสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว การต่อสู้ การแสดงความโหดเหี้ยม และจังหวะที่พันธมิตรของสหรัฐอเมริกาประกาศจับมือกันต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย ที่ล่าสุดคือ กลุ่ม ไอเอส
กลุ่มไอเอสเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อทำการสังหารตัวประกันอย่างโหดเหี้ยม และทำสงครามยึดเมืองต่างๆ ในประเทศซีเรียและอิรัก
ล่าสุดได้มีคนร้ายได้เข้ายึดร้านช็อกโกแลตที่กลางเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีตัวประกันซึ่งเป็นลูกค้าอีก 10 กว่าคน และมีบางส่วนหลบหนีออกมาได้ ท่ามกลางตำรวจนับร้อยนายที่เข้าล้อมร้านช็อกโกแลตแห่งนี้
สถานกงสุลใหญ่ไทยในนครซิดนีย์ ถูกขอร้องให้ปิดดำเนินการ ขณะที่สถานกงสุลไทยเองก็ประกาศให้คนไทยในซิดนีย์ ที่ว่ากันว่ามีประมาณ 2 หมื่นคนนั้น หลีกเลี่ยงการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่เสี่ยง เนื่องจากมีข่าวลือว่า มีการวางระเบิดที่นั่นที่นี่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อโลกไร้พรมแดน ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กก็ส่งแรงกระเพื่อมมายังประเทศอื่นๆ ซึ่งก็รวมทั้งประเทศไทย
และอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่รัฐบาลปัจจุบันของไทยนั้นเป็นรัฐบาลที่มาจากทหาร ก็เลยทำให้ไม่ต้องรอกระบวนการด้านข่าวกรองให้มากความ เพราะเรื่องที่ว่านั้น เป็นเรื่องจำเป็นและปกติที่หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องทำกันอยู่แล้ว
พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพบก จึงสามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้ทันทีที่ถูกตั้งคำถาม
"ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย และไม่น่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย"
พร้อมทั้งบอกด้วยว่า กระแสข่าวว่า มีสมาชิกกลุ่มไอเอสแอบเข้าประเทศไทยด้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่
เรื่องนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ยืนยันว่า ตำรวจให้ความสำคัญในการติดตามข่าวสารการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายมาโดยตลอด แต่ยังไม่พบสัญญาณใดๆ ว่าจะมีการลักลอบเข้ามา และต่างประเทศก็ยังไม่มีการประสานงานใดๆ เข้ามา
นั่นคือคำตอบจากผู้ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงของไทย แต่เรื่องกลุ่มก่อการร้ายไอเอสนั้น สร้างความกังวลให้แก่ทุกประเทศทั่วโลก เพราะก่อนหน้านี้สมาชิกกลุ่มประกาศว่ามีสมาชิกอยู่ทั่วโลก
ประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีชาวมาเลเซียไปร่วมรบกับกลุ่มไอเอสในตะวันออกกลาง และเกรงว่า ในบ้านตนเองจะตกเป็นพื้นที่ในการก่อเหตุ
ขณะที่ประเทศไทยนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงยืนยันมาตลอดว่า ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่เป้าหมาย และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่การจับกุม ฮัมบาลี แกนนำกลุ่มอัล-ไกดา เมื่อหลายปีก่อนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกว่า ฮัมบาลี อยู่ในประเทศไทยได้อย่างไร
การปฏิเสธข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายอาจเป็น "วิธีการ" ที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในวงขัดแย้ง
แต่นอกเหนือจากนั้นก็ต้องแสดงให้เห็นด้วยว่า ได้แสดงศักยภาพในการดูแลความมั่นคง และความปลอดภัยของคนในประเทศได้มากและชัดเจนพอๆ กับการปกป้องทรัพย์สินของประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งกับกลุ่มก่อการร้ายเหล่านั้น
เพราะสุดท้ายแล้ว เราปฏิเสธการมีอยู่จริงของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ เพียงแต่อยู่ที่ไหน ในฐานะอะไรเท่านั้น!



