คอลัมนิสต์

โปร่งใส-สร้างความพึงพอใจ

โปร่งใส-สร้างความพึงพอใจ

11 ธ.ค. 2557

โปร่งใส-สร้างความพึงพอใจ : บทบรรณาธิการ วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2557

 
                             กรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ขยายความคุ้มครองประกันสังคม มาตรา 40 เปิดให้กลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าสมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 ได้ทุกทางเลือก ส่วนอายุเกิน 65 ปี ให้สมัครทางเลือกที่ 3 รับสิทธิออมเงินยามชราภาพ ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน เข้าสมัครกันอย่างล้นหลาม ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นเส้นตายเปิดรับสมัครเป็นวันสุดท้ายและล่าสุดได้มีการขยายเวลาออกไปอีก เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากยังต้องการเข้าสู่ระบบกองทุนประกันสังคม นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลชุดนี้และรัฐบาลชุดก่อนๆ ได้ช่วยกันสานต่อนโยบายด้านสวัสดิการออกมาเพื่อรองรับช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง มีหลักประกันในยามเจ็บป่วยและในยามชราภาพ
 
                             สำหรับการจ่ายเงินสมทบ ตามมาตรา 40 มีหลายทางเลือก ทางเลือกที่ 1 เดือนละ 100 บาท ผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท รัฐบาลจ่าย 30 บาท คุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ทางเลือกที่ 2 เดือนละ 150 บาท ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท รัฐจ่าย 50 บาท คุ้มครองเหมือนทางเลือกที่ 1 แต่เพิ่มเงินชราภาพ ส่วนทางเลือกที่ 3 จ่าย 200 บาท ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท รัฐจ่าย 100 บาท คุ้มครองกรณีชราภาพ ทางเลือกที่ 4 จ่ายสมทบ 300 บาท จ่ายเอง 170 บาท รัฐสนับสนุน 130 บาท คุ้มครองกรณี ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ ทางเลือกที่ 5 จ่าย 350 บาท จ่ายเอง 200 บาท รัฐจ่าย 150 บาท คุ้มครอง กรณี ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ โดยชราภาพเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญ 
 
                             เมื่อรัฐบาลเดินหน้านโยบายให้ประชาชนเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการในยามชราภาพ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาให้ความสำคัญคือการให้บริการมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกันตนในเรื่องการไปใช้บริการในโรงพยาบาลที่พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจ ด้วยปัญหาหลายประการ ทั้งเรื่องบริการของโรงพยาบาลที่มีผู้มาใช้สิทธิประกันสังคมหนาแน่นมาก ในเรื่องยาที่ได้รับคุณภาพด้อย และการเรียกร้องสิทธิเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล เหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนยังต้องการให้สำนักงานประกันสังคมปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น และเมื่อประกอบกับการเปิดรับมาตรา 40 อีกจำนวนมากเข้ามาสมทบ จึงยากจะหลีกเลี่ยงถึงคำถามว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจได้ดีกว่าเดิม
 
                             พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “25 ปีประกันสังคมพร้อมเปลี่ยนแปลงสู่ทศวรรษหน้าปฏิรูปอย่างไรจึงโดนใจผู้ประกันตน” ตอนหนึ่งว่า กองทุนประกันสังคมมีเงิน 1.22 ล้านล้านบาท และกองทุนเงินทดแทน 4 หมื่นกว่าล้านบาท วันนี้พร้อมเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม โดยปฏิรูปกองทุน 4 เรื่องสำคัญ คือ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพิ่มองค์กรตรวจสอบทั้งจากผู้ตรวจสอบอิสระและภาคประชาชน ให้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้ประกันตนอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และปรับปรุงโครงสร้างบริหารกองทุนแบบมืออาชีพ ดังนั้นเมื่อมีเป้าหมายในเรื่องความพึงพอใจจึงน่าจะเห็นการปรับเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น และอีกประการสำคัญคือการบริหารเงินกองทุนต้องโปร่งใสมีประสิทธิภาพ