
เตือนภัย...หญิงสาวซื้อยาทำแท้งทางเน็ตเสี่ยงถึงตาย
เตือนภัย...หญิงสาวซื้อยาทำแท้งทางเน็ตเสี่ยงถึงตาย : โดยสายตรวจระวังภัยแมรี่ แบรดลี่
ข้อมูลของสำนักงานอนามัยเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีมีหญิงวัยเรียนตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์สูงถึงปีละ 130,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่หาซื้อยามาทำแท้งด้วยตนเอง โดยแหล่งที่มาของยาทำแท้งเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทีมข่าวสายตรวจระวังภัยได้ตรวจสอบพบว่าปัจจุบันมีนับร้อยเว็บไซต์ที่ประกาศจำหน่ายยาทำแท้งอย่างโจ่งแจ้ง
ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้ข้อมูลว่า ยาทำแท้งที่มีการซื้อขายกันทางอินเทอร์เน็ตเท่าที่ตรวจพบจะเป็นยาไซโตเทค ซึ่งเป็นยาควบคุม ต้องมีใบสั่งจากแพทย์จึงจะซื้อได้ ปกติจะมีจำหน่ายเฉพาะโรงพยาบาลหรือร้านขายยาที่ขออนุญาตจำหน่ายเท่านั้น เพราะมีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัว จึงถูกนำมาใช้ในการทำแท้ง โดยมีผู้ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้แก่หญิงที่ต้องการทำแท้งในราคาเม็ดละ 2,000 บาท
"ประชาชนไม่ควรซื้อยาจากอินเทอร์เน็ต หรือไปหาซื้อเองโดยตรง เพราะเสี่ยงต่อการได้รับยาที่ไม่มีคุณภาพ และหากนำไปใช้แล้วเกิดผลข้างเคียงทำให้เกิดผลเสียหายต่อร่างกายแล้วจะไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ที่สำคัญคือผู้ซื้อยาประเภทนี้จะไม่ได้รับคำแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง จึงอาจทำให้ใช้ยาผิดและเกิดผลกระทบต่อร่างกาย ไม่ต่างจากหลายกรณีที่เกิดความผิดพลาดจนทำให้เกิดความสูญเสียบางรายถึงกับเสียชีวิต ไม่ต่างจากกรณีที่เป็นข่าวเช่น การใช้ยาลดความอ้วน ยาที่ทำให้ผิวขาว และยาเพิ่มขนาดหน้าอก หลายกรณีต้องเสียชีวิต เพราะซื้อยาผ่านทางอินเทอร์เนตไปใช้" ภก.ประพนธ์ กล่าว
รองเลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า ยาไซโตเทค เป็นยาอันตราย ซึ่งผู้ใช้จะต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์ โดยปกติเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคกระเพาะอาหาร แต่ก็มีฤทธิ์ในการเพิ่มการบีบตัวของมดลูก และทำให้ปากมดลูกอ่อนตัวและนิ่มลง จึงทำให้มีผู้นำยาชนิดนี้มาใช้เพื่อทำแท้ง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจนผู้ใช้มีอาการตกเลือดเสียชีวิตได้
ขณะที่หญิงสาวซึ่งเคยมีประสบการณ์หาซื้อยาทางอินเทอร์เน็ตมาใช้ทำแท้ง ให้ข้อมูลว่า มีอาการตกเลือดอย่างรุนแรง จนเกือบเสียชีวิต เพราะหาซื้อยาทำแท้งมาใช้เองทางอินเทอร์เน็ต หลังจากตั้งครรภ์ทั้งที่ยังไม่พร้อม ซึ่งนอกจากหญิงสาวรายนี้แล้ว ยังมีวัยรุ่นอีกหลายคนที่มีประสบการณ์เช่นนี้



