คอลัมนิสต์

อัตลักษณ์สองจีนเริ่มขัดแย้ง

อัตลักษณ์สองจีนเริ่มขัดแย้ง

09 ธ.ค. 2557

อัตลักษณ์สองจีนเริ่มขัดแย้ง : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

               ผลการเลือกตั้งบนเกาะไต้หวันเร็วๆ นี้ ตามหัวเมืองใหญ่ๆ รวมทั้งเมืองหลวงไทเป เกาซุง ไทหยวน ถือเป็นข่าวร้ายสุดๆ ของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว เนื่องจากคนไต้หวันแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เอาพรรคก๊กมินตั๋งอีกต่อไป ลงคะแนนเลือกตั้งให้ผู้แทนที่เป็นอิสระไม่สังกัดพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างท่วมท้น ผลการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ บ่งชี้ชัดถึงแนวโน้มการเมืองไต้หวันในสอง-สามปีข้างหน้าว่าจะไม่เสถียร โดยเฉพาะสายสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ นักการเมืองที่มีความคิดอิสระจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

               อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ทัศนคติของคนหนุ่มสาวไต้หวัน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา กลุ่มนี้มีการศึกษา มีความมั่นใจ ประกาศตัวชัดว่า ไม่ยอมรับอัตลักษณ์จีนที่มีจีนแผ่นดินใหญ่เป็นแม่แบบอย่างสิ้นเชิง พวกเขายอมรับอัตลักษณ์เป็นจีน-ไต้หวันอย่างเดียว ถือว่าวัฒนธรรมไต้หวันมีลักษณะพิเศษต่างจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะผลประท้วงในเกาะฮ่องกงพยายามเน้นประเด็นนี้เช่นกัน

               แน่นอน ความรู้สึกนี้ในหมู่หนุ่มสาวไต้หวันยิ่งเข้มข้นเพิ่มขึ้น หลังเกิดการประท้วงและการปะทะกันระหว่างนักศึกษากับเจ้าหน้าที่ในฮ่องกง โดยเฉพาะท่าทีการแสดงออกของรัฐบาลจีนที่ก้าวร้าวไม่แยแสหรือยอมรับข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้นจากผู้ประท้วง สร้างความหวาดระแวงให้คนไต้หวันเป็นอย่างยิ่ง คนไต้หวันกลัวว่า ในอนาคตรัฐบาลจีนอาจจะไม่ปฏิบัติตามสัญญาของนโยบายรัฐบาลจีนเดียวแต่มีสองระบบก็ได้

               การเมืองจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวัน ยังคงเป็นประเด็นที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา ต้องให้เครดิตประธานาธิบดีหม่าที่เสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างสองจีน จนทำให้คนไต้หวันเริ่มไม่สบายใจ ตอนแรกๆ คนไต้หวันพอใจที่เห็นความสัมพันธ์ทั่วๆ ไปของสองจีนดีขึ้นมาก มีการค้าขายเพิ่มมากขึ้นแต่สภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วไปไม่ดีขึ้น เริ่มมีเสียงบ่นกันมาก

               อย่างไรก็ดี พอมีคนจีนเข้ามามากๆ เริ่มมีการเข้ามาจับจองที่ทำกินและที่พักอาศัย คนจีนมีสตางค์ทำอะไรก็ได้ ทำคนไต้หวันเริ่มไม่พอใจ เห็นว่าเป็นการเอาเปรียบผลประโยชน์คนไต้หวัน ทำให้คนทั่วไปเริ่มไม่สบายใจ และวิจารณ์รัฐบาลหม่า อิงจิ่วมากขึ้นและนักศึกษามีการประท้วงบ่อยมากขึ้น

               ขณะนี้ คนพื้นเมืองไต้หวันกลัวว่า รัฐบาลจีนและคนจีนจะเข้ากลืนไต้หวันด้วยพลังเงินและเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเป็นร้อยๆ เท่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสองปีข้างหน้า มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ท้าชิงจะมีแนวนโยบายอิสระที่ต้องการเห็นไต้หวันมีนโนบายที่ไม่ผูกติดกับจีนมากเกินไปแบบในขณะนี้

               รัฐบาลจีนที่กรุงปักกิ่งพยายามสร้างความเข้าใจกับคนไต้หวันว่า จุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ของจีนคือการรวมไต้หวันเข้ามาเป็นจีนเดียว แต่ในขณะนี้สถานการณ์ยังไม่สุกงอมจึงมีนโยบายที่เห็นอยูทุกวันนี้คือ นโยบายสองจีน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเริ่มติดต่อกับฝ่ายค้านเพื่อลดกระแสต้านจีน

               ช่วงหลังไต้หวันพยายามเพิ่มมิติความร่วมมือมากขึ้นกับต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน สิงคโปร์ถึงแม้จะยอมรับมีนโยบายจีนเดียว แต่ก็มีเอกลักษณ์พิเศษคือ ยังทำมาค้าขายและมีข้อตกลงการค้าเสรีเพิ่มขึ้นอีกกับไต้หวัน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์พยายามจะทำข้อตกลงการค้าเสรีแบบเดียวกัน ส่วนไทยเรายังศึกษาท่าทีอยู่ลึกๆ รัฐบาลไทยยังเกรงใจจีน ทั้งๆ ที่นโยบายการค้าไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ต้องกลัวจีนจะโกรธ

               ที่ผ่านมารัฐบาลไต้หวันไม่ได้ให้ความสนใจอาเซียนอย่างแท้จริง มุ่งไปที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นอย่างเดียว ตอนนี้ถึงเวลาที่ไต้หวันควรมีนโยบายชัดเจน ในทุกมิติรวมทั้งทางด้านยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ขณะนี้การลงทุนจากไต้หวันเริ่มอ่อนตัวลงในอาเซียน ในขณะที่การลงทุนจีนในภูมิภาคเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป อิทธิพลและบทบาทไต้หวันยิ่งจะลดน้อยลงไป