
ยุทธศาสตร์ไร้โกง
08 ธ.ค. 2557
ยุทธศาสตร์ไร้โกง : บทบรรณาธิการ วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2557
ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยกับความพยายามในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ผลการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ประจำปี 2557 ระบุว่าไทยได้ 38 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งผลการจัดอันดับปีนี้แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาการโกงของเรามีผลคะแนนดีขึ้นได้อันดับดีกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบจากปีที่แล้วซึ่งได้อันดับที่ 102 ในระดับโลก และอันดับที่ 16 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียงประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้นที่มีคะแนนเกิน 50 คะแนน โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 จาก 9 ประเทศ ในกลุ่มอาเซียน
ผลคะแนนที่องค์กรภาคประชาสังคมระดับโลกที่เป็นผู้นำในการต่อสู้และต่อต้านการคอร์รัปชั่นออกมา นับเป็นความน่าพอใจอย่างยิ่งหากเทียบกับปีที่แล้วจะเห็นว่าคะแนนในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นมาถึง 38 คะแนน จากปีที่แล้ว 35 คะแนน ซึ่งการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นเป็นวิธีการที่ใช้กระตุ้นความสนใจของผู้คนทั่วโลก ต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีการทำกันทุกปีอย่างต่อเนื่อง การที่อันดับของเราเลื่อนขึ้นเพราะหลายประเทศที่เคยมีคะแนนเท่ากันหรือมากกว่าเราในปีที่แล้วได้คะแนนเท่าเดิมหรือบางประเทศกลับได้คะแนนลดลงหรือเพิ่มขึ้นแต่ยังน้อยกว่าเรา ซึ่งอาจหมายถึงในช่วงปีที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อรณรงค์ต่อต้านการโกงในทุกรูปแบบโดยเฉพาะการก่อเกิดขององค์กรจากภาคประชาชนที่รณรงค์อย่างเข้มแข็ง
ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยที่ผ่านมาทุกรัฐบาลรับรู้และประกาศมาตรการปราบปรามอย่างไม่ลดละ แต่ความพยายามในการโกงก็ถูกปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาโดยรูปแบบที่กลมกลืนชนิดที่จับได้ยากขึ้น ที่สำคัญคนมักมองการทุจริตหมายถึงการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ส่วนใหญ่เป็นการเรียกรับสินบนจากความร่วมมือของนักการเมือง นายทุน ข้าราชการ เป็นต้น แต่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ในเรื่องของอำนาจ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจในจุดนี้ เช่น เอาเงินไปหว่านเพื่อหวังคะแนนเสียงกลับมา หรือการขุดบ่อน้ำ ขุดคลอง โดยอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ความจริงเอาไปใช้ประโยชน์ของตัวเอง ประชาชนได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นการทุจริตด้วยวิธีการแสวงหาอำนาจ
การปฏิรูปประเทศที่กำลังเดินหน้าอยู่ในขณะนี้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าหากสามารถแก้ไขการคอร์รัปชั่นได้ปัญหาต่างๆ ภายในชาติก็จะค่อยๆ คลี่คลายลงไป จึงเป็นการดีที่จะเริ่มสร้างบรรทัดฐานของทุกฝ่าย ซึ่งบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้สามารถเริ่มได้จากนักปกครองที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีมาตรการสร้างและส่งเสริมค่านิยม คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต ตลอดจนความประพฤติและการปฏิบัติตนของผู้นำและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ต้องมีบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วเป็นธรรม เชื่อว่ายุทธศาสตร์ชาติในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในปี 2560 ไทยจะติดอันดับ 1 ใน 50 ประเทศที่มีทิศทางความเป็นไปได้ว่า การเอื้ออำนวยให้มีการทุจริตต่างๆ เป็นไปได้ยากขึ้น และการทุจริตลดลงตามเป้าที่วางไว้ได้แน่



