คอลัมนิสต์

รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปยังแลดูห่างไกล

รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปยังแลดูห่างไกล

08 ธ.ค. 2557

ขยายปมร้อน : รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปยังแลดูห่างไกล : โดย...ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น

 
                            สัปดาห์นี้...นับว่าเป็นโค้งสุดท้ายในการขายความคิดของ “สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ-สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ-คณะรัฐมนตรี-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประชาชน-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เพื่อเสนอแนะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ต่อ “คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ”
 
                            ดังนั้น เราจะเห็นว่ารอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีขบวนพาเหรดความคิด-ข้อเสนอแนะจากหลายภาคส่วน อาทิ สถาบันพระปกเกล้า, คณะทำงานปฏิรูป 6 ด้าน ตามมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย, ภาคีต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น, เครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ, นักการเมืองและพรรคการเมือง รวมถึงคณะกรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะ ของ สปช. ปรากฏสู่การรับรู้ของสาธารณะ 
 
                            หากจำแนกข้อเสนอเหล่านั้นออกเป็นหมวดหมู่ จะพบ 4 ประเด็นที่สำคัญ คือ 1.บทบาทของรัฐ 2.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน, ภาคประชาสังคม 3.ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองและนักการเมือง และ 4.มาตรการตรวจสอบของหน่วยงานอิสระและหน่วยงานภายใต้กำกับของรัฐ 
 
                            โดยทั้ง 4 หมวดนั้น ล้วนมีหลักการที่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน คือ จะหาบทบัญญัติใหม่เพิ่มเติมลงในช่องว่าง เพื่ออุดรอยรั่วของการใช้อำนาจ ซึ่งเป็นปัญหาของเรื่องราวในอดีต 
 
                            สาระสำคัญในประเด็นที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเสนอสู่สาธารณะ ใน 1.บทบาทของรัฐ ความเห็นล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ รัฐต้องมีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม โครงการ กิจกรรมทุกรูปแบบของทุกหน่วยงานภาครัฐ-ภาคประชาชนทุกกลุ่ม กระจายอำนาจบริหาร และงบประมาณสู่ท้องถิ่น ขณะเดียวกันต้องลดบทบาทการกำกับ-ตรวจสอบ-การแทรกแซงทุกขั้นตอนในหน่วยงานทุกระดับ หัวใจสำคัญเพื่อยกมาตรฐานพลเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ
 
                            2.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เสนอให้ยกระดับการมีส่วนร่วมจากระดับกลุ่ม, ชุมชน, หมู่บ้าน ไปเป็นระดับการบริหาร กำหนดยุทธศาสตร์ นโยบายให้แก่หน่วยงานรัฐของท้องถิ่น พร้อมกับเพิ่มบทบาทตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการในพื้นที่ ไปจนถึงนักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี โดยยึดหัวใจที่ว่า “อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ที่ไม่ใช่เฉพาะวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง”
 
                            3.ความเข้มแข็งของพรรคและนักการเมือง ที่ต้องเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมจากสมาชิกพรรคในพื้นที่ ทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์-นโยบาย-เลือกผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ โดยนัยสำคัญของประเด็นนี้ คือต้องการลดอิทธิพลของ“กลุ่มนายทุน” ที่ครอบงำพรรคการเมืองจนสร้างปัญหาขยายวงสู่การเมืองไทยทั้งระบบ ขณะเดียวกันการสร้างศักยภาพของนักการเมืองที่จะเข้าไปเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยมีข้อเสนอให้ใช้กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย-ใช้ดัชนีสังคมวัดระดับจริยธรรม คุณธรรมเพื่อคัดกรองคนเลวน้อยที่สุดสู่สนามเลือกตั้ง รวมถึงตัดช่องทางที่ฝ่ายการเมืองจะใช้อำนาจไปในทางมิชอบ 
 
                            4.มาตรการตรวจสอบของหน่วยงานอิสระและหน่วยงานภายใต้กำกับของรัฐ ประเด็นนี้ถูกพุ่งเป้าไปที่การลดวาระการดำรงตำแหน่ง-ปรับกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งขององค์กรและหน่วยงาน-มีมาตรฐานพิจารณาคดีที่บอกวัน เดือน ปีที่ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาการสร้างอาณาจักร การแทรกแซงจากบุคคลภายนอกหน่วยงานและการพิจารณาคดีที่ล่าช้า
 
                            เมื่อสาระสำคัญข้อเสนอที่มุ่งแก้จุดอ่อนในอดีต ด้วยมาตรการลดอำนาจฝ่ายบริหารเหลือแค่ผู้สนับสนุน-ลดอัตลักษณ์ของประชาชนฐานะนักต่อสู้เพื่อถิ่นฐาน-เพิ่มอำนาจต่อรองระหว่างสมาชิกกับนายทุนพรรคการเมือง-ใช้เกณฑ์เวลาประเมินผลงานเพื่อเร่งพิจารณาคดี โดยละเลยการยกระดับมาตรฐานเดียวขององค์กรตรวจสอบ ทำให้ภาพลักษณ์รัฐธรรมนูญใหม่ ที่ถูกขนานนามเป็น “ฉบับปฏิรูป” ห่างไกลจากความจริง 
 
                            และบวกกับสถานการณ์ช่วงนี้ ที่มีขบวนการเสียงดังพยายามขายความคิด-ข้อเสนอบางประเด็น ที่มีนัยเปลี่ยนขั้วผลประโยชน์ เปลี่ยนระบบจัดสรรอำนาจให้อยู่ในมือและกลุ่มพวกตัวเอง ต่อสาธารณะแบบประโคมและโหนประเด็น หวังใช้เป็นแต้มต่อให้ข้อเสนอนั้นถูกนำไปพิจารณาในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และเลี่ยงนำเสนอข้อเท็จจริง-ข้อมูลที่รอบด้านกับประชาชน ยิ่งทำให้ความต้องการใช้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นบันไดออกจากหลุมดำทางการเมือง ห่างไกลออกไปเช่นกัน
 
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(ขยายปมร้อน : รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปยังแลดูห่างไกล : โดย...ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น)