คอลัมนิสต์

'สายตรวจชายหาด'สกัดจี้ชิงปล้น

'สายตรวจชายหาด'สกัดจี้ชิงปล้น

01 ธ.ค. 2557

'สายตรวจชายหาด'สกัดจี้ชิงปล้น : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช

               ปัญหาอาชญากรรม ตามแหล่งท่องเที่ยว นอกจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่บรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น คนร้าย หรือนักต้มตุ๋น ก็ยิ่งแอบแฝงเข้ามายึดทำเลทอง เพื่อก่อเหตุ จนทำให้คดีจี้ชิงปล้น ต้มตุ๋น หรือแม้แต่คดีทำร้ายร่างกาย เพิ่มขึ้นเหมือนเงาตามตัว

               "เมืองพัทยา" จ.ชลบุรี ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งชาวต่างชาติมักนิยมเดินทางเข้ามาพักผ่อน โดยเฉพาะถนนคนเดิน (วอล์กกิ้งสตรีท) ถือเป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี เพราะว่าถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยสถานบันเทิงมากมาย เรียกได้ว่าเป็นถนนของการพบเจอกันของชาวต่างชาติ (International Meeting Street) และบริเวณแนวชายหาดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเข้ามาพักผ่อนเล่นน้ำ ด้วยเหตุนี้ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีจึงจัดทำโครงการสายตรวจชายหาด เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเตรียมพัฒนาสู่ "พัทยาโมเดล" ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จ.ชลบุรี

               พล.ต.ต.นิติพงศ์ เล่าว่า โครงการ “สายตรวจชายหาด” มีวัตถุประสงค์หลัก คือ ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร หรือรับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งส่วนนี้ถือว่าเป็นการป้องปรามเหตุร้าย โดยบูรณาการกับหลายหน่วยงาน อาทิ ตำรวจท่องเที่ยว อาสาสมัครอำเภอบางละมุง เทศกิจเมืองพัทยา และกิจการพิเศษเมืองพัทยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าจะได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ

               สำหรับแนวทางการปฏิบัติของ “สายตรวจชายหาด” จะแบ่งเป็น 3 ข้อสำคัญ คือ 1.จัดสายตรวจเดินเท้า สายตรวจรถจักรยาน สายตรวจรถไฟฟ้า สายตรวจตำรวจม้า สายตรวจเซกเวย์ (Segway) สายตรวจเอทีวี ออกเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 14 คน ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00-16.00 น. และช่วงเวลา 16.00-24.00 น. นอกจากนี้ยังมีชุดสายตรวจประจำ 3 จุด ได้แก่ บริเวณซอย 5 ซอย 13 และบริเวณท่าเรือเก่า ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะบริเวณชายหาดพัทยามีระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตร ตั้งแต่โค้งโรงแรมดุสิตธานี ถึงปากทางเข้าวอล์กกิ้งสตรีท สำหรับการแต่งตัวของสายตรวจนั้น จะแต่งกายในเสื้อคอปกสีส้ม กางเกงสีครีม พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งจะแตกต่างจากชุดตำรวจโดยทั่วไป 2.เจ้าหน้าที่จะเน้นหนักในการให้บริการมากกว่าการจับกุม และยังเน้นในการให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และ 3.เน้นในการสร้างภาพลักษณ์ที่จะดูได้ถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

               พล.ต.ต.นิติพงศ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะดำนินการพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นพัทยาโมเดล ซึ่งโครงการ “สายตรวจชายหาด” จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ธันวานี้พัทยาจะเปลี่ยนไป”