
'สังคมปลอดภัยไร้รุนแรง'ลดปัญหาหญิงถูกทำร้าย
'สังคมปลอดภัยไร้รุนแรง'ลดปัญหาหญิงถูกทำร้าย : สายตรวจระวังภัย
จากข้อมูลของหน่วยงานสตรีขององค์กรสหประชาชาติ (UN Women) รายงานว่า ในปีที่ผ่านมา เด็กและสตรีในไทยมีแนวโน้มถูกกระทำรุนแรงสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้กระทำและผู้ถูกกระทำคือคู่สามี-ภรรยา หรือคู่รัก โดยไทยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 36 จาก 75 ประเทศ ที่มีปัญหาการกระทำรุนแรงทางกายมากที่สุด และอยู่ในลำดับที่ 7 จาก 71 ประเทศ ที่มีการกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด
ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้ ล่าสุด สำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (สพภ.) ได้จัดทำโครงการ "สังคมปลอดภัย ไร้ความรุนแรง” ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ความสำคัญในการลดความรุนแรงในสังคมไทย
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในฐานะรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงโครงการ "สังคมปลอดภัย ไร้ความรุนแรง” ว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเห็นความสำคัญของปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงมานาน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยในปี พ.ศ.2552 ทรงให้การสนับสนุนโครงการ “Say No Unite to Violence against Women” ที่ริเริ่มโดยนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยเปิดให้มีการลงชื่อสนับสนุนการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งในประเทศไทย ภายใต้พระบารมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สามารถรวบรวมรายชื่อได้กว่า 3 ล้านรายชื่อ จากรายชื่อ 5 ล้านกว่ารายชื่อทั่วโลก ต่อมาปี 2553 มีพระดำริให้แปรเสียงสนับสนุนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม โดยจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยทรงมอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน
นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังทรงให้ความสำคัญในเรื่อง “Crime Prevention” สำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จึงขยายขอบเขตการดำเนินงานด้านการรณรงค์และจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม ภายใต้โครงการ “สังคมปลอดภัย ไร้ความรุนแรง” เพื่อเป็นการสานต่อตามแนวพระดำริในเรื่อง “Crime Prevention” เพื่อช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังหรือช่วยกันสอดส่องดูแลปัญหาอาชญากรรมในแต่ละชุมชน เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยไร้ความรุนแรง และเป็นการสืบต่อโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก
"เราจัดให้มีการอบรมร่วมกันในกลุ่มชุมชน ซึ่งมีทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถประจำทาง ในท้องที่ ผู้นำในชุมชน และตำรวจ เพื่อให้เรียนรู้ปัญหาการใช้ความรุนแรง การป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น และปลูกฝังให้สมาชิกในชุมชนไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงหรือเหตุอาชญากรรม" นายโกศลวัฒน์ กล่าว
โครงการนี้จะหมุนเวียนไปจัดกิจกรรมให้ความรู้ในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเริ่มครั้งแรกที่ จ.สมุทรสาคร ส่วนครั้งที่ 2 จัดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีผู้นำชุมชน ชนเผ่าต่างๆ เช่น เผ่าไทลื้อ อาข่า ลาหู่ ม้ง และเย้า ทหารและตำรวจ สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ตั้งเป้าจะมีการสานต่อโครงการนี้ไปอีกในหลายพื้นที่ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในสตรี รวมถึงความรุนแรงอื่นที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อให้ชุมชนนั้นตระหนักถึงปัญหานี้ ซึ่งจะช่วยกันลดความรุนแรงและอาชญากรรมลงให้เป็นรูปธรรม



