คอลัมนิสต์

 ประโยชน์ส่วนรวม

ประโยชน์ส่วนรวม

08 ก.ค. 2552

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 74 บัญญัติไว้เกี่ยวกับหน้าที่ของข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม

ข้าราชการนี้กินความรวมถึงข้าราชการการเมือง นอกเหนือจากข้าราชการประจำอยู่ในกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักอัยการสูงสุด เป็นต้น

 ประโยชน์ของส่วนรวม คำนี้ตามหลักกฎหมายมหาชน มีความหมายตั้งแต่ประเทศชาติ ราชการ และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

 การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจชั้นนายพล เพื่อปรับตำแหน่งให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับข้าราชการการเมือง คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ผลที่ปรากฏออกมา จะชี้ว่าได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 74 หรือไม่ ?

 รายชื่อตำรวจที่เผยแพร่ออกมาตามสื่อมวลชน พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า ระบบอุปถัมภ์ยังคงเกาะกินตั้งแต่ข้าราชการการเมืองจนถึงข้าราชการประจำอยู่อย่างเข้มข้นและเหนียวแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรของ สตช.

 นายตำรวจที่ได้รับสิทธิพิเศษดำรงตำแหน่งนายพลในสำนักงาน รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะฝ่ายอำนวยการ ขณะแต่งตั้ง ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แต่มีเงื่อนไขต้องดำรงตำแหน่งจนกว่า รอง ผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร.จะพ้นจากตำแหน่งไปเพราะเกษียณอายุราชการ กลับถูกผลักดันลงมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เนื่องจากนายตนเป็น ก.ตร. หรือมีบทบาทสำคัญใน สตช. ส่วนหนึ่งก็มีใบสั่งจากนักการเมืองใหญ่สมประโยชน์กันทุกฝ่าย สำหรับผู้ไม่มีเส้น ก็โน่น ! ภาค 6, ภาค 8, ภาค 9

 ก.ตร.เลิกหวังได้ มีเข้าท่าอยู่บ้างก็เรื่องการแต่งตั้งผู้การนักสืบในภูธร คำว่า ประโยชน์ส่วนรวมตามรัฐธรรมนูญ คงมีบางคนไม่เข้าใจกันน่ะ

 คมพิทักษ์ราษฎร์