คอลัมนิสต์

ทีมนโยบายของผบ.ตร.ควรเป็นใคร?

ทีมนโยบายของผบ.ตร.ควรเป็นใคร?

26 พ.ย. 2557

ทีมนโยบายของผบ.ตร.ควรเป็นใคร? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

                หดหู่ใจ น่าจะเป็นถ้อยคำที่สะท้อนความรู้สึกของสังคมยามนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มข้าราชการตำรวจ

                การเผยแพร่ภาพและข้อมูลการกระทำผิดกฎหมายของตำรวจในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

                การวิพากษ์วิจารณ์และแสดงข้อความเห็นแย้งกับการทำงานในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาในประเด็นความเที่ยงตรง โปร่งใส และการขาดความน่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นถึงความเคลือบแคลง ระแวงสงสัยของประชาชนในสังคมที่มีต่อตำรวจ

                ถึงแม้ว่าหลักของกระบวนการยุติธรรมจะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การออกหมายจับของศาลนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่าผู้ต้องหามีการกระทำผิดที่จำเป็นต้องนำมาพิสูจน์ตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปก็ตาม ดังนั้น การที่ศาลออกหมายจับย่อมหมายความว่าตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอในการระบุว่าบุคคลดังกล่าวคือผู้ต้องหาที่น่าจะกระทำความผิดแล้ว

                หากแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ผู้คนส่วนหนึ่งในสังคมก็มิได้คำนึงถึงว่า ตำรวจไม่ได้เป็นผู้ออกหมายจับ ดังนั้น หากตำรวจไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานให้เชื่อถือได้ว่าผู้ต้องหากระทำผิด ตำรวจจะไม่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เนื่องจากไม่มีหมายจับจากศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ จับจ้องและตรวจสอบอยู่อย่างแน่นอน !!

                เมื่อสงสัยและใช้การสื่อสารทางโลกออนไลน์เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดการสื่อสารข้อสงสัยจนกลายเป็นกระแสเชิงลบที่แพร่หลายอย่างรวดเร็วมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการทำงานของตำรวจด้วย

                การเลือกที่จะรับรู้เฉพาะบางพฤติกรรมของตำรวจ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เลวร้ายของคนในสังคมยามนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ศรัทธาที่สังคมมีต่อตำรวจอยู่ในระดับวิกฤติ

                การสร้างความเชื่อถือ ศรัทธาของสังคมที่มีต่อการปฏิบัติงานของตำรวจจึงจำเป็นต้องกำหนดเป็นนโยบายเน้นหนักของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกทีมทำงานมืออาชีพเพื่อร่วมจัดทำยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีที่จะให้องค์กรตำรวจเป็นองค์กรแห่งเกียรติยศให้ได้

                ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ควรติดกับดักระบบราชการแบบเก่าๆ ที่จะต้องมอบหมายงานตามโครงสร้างองค์กร หากรู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อมอบหมายหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามโครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นจะทำให้ภารกิจสำคัญล้มเหลว

                การตั้งทีมเฉพาะกิจเป็นทางออกเฉพาะหน้าในสถานการณ์ที่โครงสร้างขององค์กรไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขโครงสร้างได้อย่างรวดเร็วโดยมีข้อจำกัดนานัปการ

                หากทีมสื่อสารองค์กรนี้เป็นกลุ่มของนายตำรวจผู้มีหัวใจอย่างเต็มเปี่ยมในการปรับโฉมหน้าการรับรู้ของสังคมที่มีต่อองค์กรตำรวจแล้ว ข้อมูลที่กลุ่มตำรวจเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนจัดทำยุทธศาสตร์นอกเหนือจากการรวบรวมความคิดของสังคมที่มีต่อตำรวจก็คือ ข้อมูลในมิติของความคิดของตำรวจที่มีต่อการทำงานในหน้าที่ของตนเองนั่นเอง

                เพราะข้อมูลเหล่านี้คือที่มาของการตอบตัวอย่างคำถามที่น่าสนใจ เช่น

                ทำไมตำรวจจึงต้องรับส่วย ?

                ทำไมตำรวจจึงมีส่วนร่วมในการกระทำผิดประเภทต่างๆ เช่น บ่อน การพนัน สถานบันเทิง การค้ามนุษย์ ?

                ทำไมตำรวจต้องดำคดี บิดคดี เป่าคดี ?

                ทำไมตำรวจจึงนิยมคบค้าสมาคมกับนักธุรกิจ นักการเมือง ทั้งๆ ที่บางคน(ส่วนใหญ่)เป็นบุคคลที่ผู้คนในสังคมรู้จักกันเป็นอย่างดีว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ?

                ทำไมตำรวจต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้มีอำนาจโดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น การจ่ายเงิน การรับใช้อย่างทุ่มกายถวายชีวิตในรูปแบบต่างๆ (โดยเฉพาะห้วงเวลาที่หวังผลแห่งการรับใช้นั้น) โดยนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ความสนใจในการสร้างตัวตนจากผลสำเร็จในการทำงานตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กลับน้อยลงอย่างมากเช่นกัน ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำสั่งของผู้บังคับการมีความหมายน้อยมากต่อความมุ่งมั่นในการทำงานของผู้กำกับการหรือหัวหน้าสถานีตำรวจในยามนี้ ?

                แค่ตอบเพียงตัวอย่างคำถามเหล่านี้ให้ลึกซึ้ง รอบด้าน และนำคำตอบที่ได้ไปใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีด้วยความจริงใจและมุ่งมั่นว่าจะแก้ปัญหาที่สาเหตุที่มาของการตั้งคำถามเหล่านี้ได้ก็จะสามารถสร้างศรัทธาของสังคมที่มีต่อตำรวจให้กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน

                และสิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นคือ

                หากรัฐบาลเห็นความสำคัญ มุ่งมั่น และจริงใจต่อการพัฒนาองค์กรตำรวจให้เป็นองค์กรที่มีบุคลากรที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างแท้จริง ด้วยสำนึกว่าการรักษาความสงบภายในเป็นหน้าที่ที่สำคัญของตำรวจซึ่งมีความเชี่ยวชาญมากกว่าบุคลากรจากหน่วยงานใดๆ แล้ว สังคมไทยก็จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนของสถานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมแน่นอน !!

                นอกเสียจากว่า แม้แต่ผู้มีอำนาจก็มิได้สนใจที่จะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม...????