คอลัมนิสต์

ต้องแสวงความร่วมมือ

ต้องแสวงความร่วมมือ

25 พ.ย. 2557

ต้องแสวงความร่วมมือ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557

               ไม่น่าจะเกินความคาดหมายสักเท่าไร สำหรับการโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงที่เรียกกันว่า "5 เสือ" ประจำจังหวัดขอนแก่นจากตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบเดิมไปประจำ ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 หลังจากเกิดกรณีกลุ่มนักศึกษา 5 คน จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในนามกลุ่มดาวดิน บุกเข้าประชิดตัวและแสดงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระหว่างปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่ขอนแก่น เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้เกิดกับผู้บริหารสูงสุดเท่านั้น หากแต่การปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดการประท้วงแบบประชิดตัวก็ย่อมมีคำถามตามมาถึงระบบการรักษาความปลอดภัยด้วย

               ทั้งนี้ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ตำรวจ 5 นาย ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร คือ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ พ.ต.ท.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์  พ.ต.ต.จีรัฐติกุล จรัสกมลพงษ์ และ พ.ต.ต.ชาติชาย ทิมินกุล ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการภาค 4   ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้เหตุผลว่า การทำงานอารักขาบุคคลสำคัญมีข้อบกพร่องเรื่องการข่าว เพราะถึงจะตรวจสอบแล้ว แต่กลับไม่ได้เน้นย้ำติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเรื่องการทำงานที่เป็นเรื่องรอยต่อในพื้นที่รับผิดชอบของทหารและตำรวจ

               อย่างไรก็ตาม แม้กรณีที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองนักศึกษากลุ่มดาวดิน หากแต่คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีในระหว่างการประชุมมอบนโยบายข้าราชการระดับปลัดกระทรวง หรือเทียบเท่าในห้วงเวลาเดียวกัน ในท่วงทำนองที่ว่า รู้สึกโกรธที่ยังมีข้าราชการบางคนแอบไปพูดลับหลัง โดยนายกรัฐมนตรีหยิบยกคำพูดนั้นมาบอกกล่าวกันว่า ใช้คำว่า "มัน" เป็นสรรพนามเรียกหัวหน้ารัฐบาลกันเลยทีเดียว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เรียกคนพวกนั้นว่า "มัน" เช่นกัน "อดทนไปเถอะเดี๋ยวหนึ่งปีมันก็ไป เดี๋ยวผมจะย้ายมันตรงนี้ ระวังผมมีชื่อแล้วด้วย อย่าพูดคะนองปากแบบนี้อีก ผมโกรธ พูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่รักประเทศไทยที่พูดแบบนี้ ไม่ควรเป็นข้าราชการ”

               กล่าวโดยสรุป ในขณะนี้ แม้จะไม่ใช่กิจกรรมท้าทาย ลองของ ลองดี หากแต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า นายกรัฐมนตรีกำลังตกเป็นเป้าของหลายกลุ่มทั้งที่เปิดเผยตัวเองออกมาและดูคลุมเครือ แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็สะท้อนให้เห็นในสิ่งที่ คสช.เองก็เคยยอมรับถึงความมีอยู่จริงของคลื่นใต้น้ำ กรณีการทำหน้าที่ของตำรวจที่ขอนแก่น เป็นคนละเรื่องกับข้าราชการกลุ่มที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า มีชื่ออยู่ในมือ หรือกลุ่มลึกลับที่โปรยใบปลิวต่อต้านรัฐประหารเมื่อวันอาทิตย์ ก็ไม่แน่ว่าจะเชื่อมโยงอย่างไรกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้า ทั้งกิจกรรมการเมืองและวิชาการ กระนั้น โจทย์ที่คสช.และรัฐบาลจะต้องขบให้แตกขณะนี้ก็คือ จะสามารถสร้างบรรยากาศความปรองแดงและแสวงความร่วมมือแทนความหวาดระแวงกันได้อย่างไร