คอลัมนิสต์

ดิจิทัลอีโคโนมี

ดิจิทัลอีโคโนมี

21 พ.ย. 2557

ดิจิทัลอีโคโนมี : กระดานความคิด โดยน้ำเชี่ยว บูรพา

                เห็นรัฐบาล คสช.ประกาศก้องจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ “Digital Economy” เศรษฐกิจบนฐานดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ได้ภายในระยะ 1 ปีนี้

                โดย "หม่อมอุ๋ย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ได้จุดพลุเรื่องนี้ขึ้นในหลายเวที พร้อมยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยนำเอาฐานข้อมูลดิจิทัลเข้าไปแทรกอยู่ในทุกอณูของระบบเศรษฐกิจ จนสามารถพัฒนาภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการบริการที่ก้าวล้ำนำหน้าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไปหมดแล้ว

                เราเองจึงต้องก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้

                แต่..ก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น รัฐบาลเองก็ควรหวนกลับมาสำรวจตัวเองให้ได้ก่อนว่าจะเอายังไงกับ “มือถือระบบ 4 จี” บนคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz ที่ คสช.มีคำสั่งให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชะลอการประมูลเพื่อออกใบอนุญาตก่อนหน้านี้ เพื่อให้ กสทช.ได้ดำเนินการแก้ไข กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้

                แม้จะเข้าใจได้ว่า เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลชุดก่อนสู่รัฐบาล คสช. แต่คำสั่งเบรกการประมูล 4 จีดังกล่าวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่เพียงจะสวนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและสวนทิศทางนโยบายรัฐบาล คสช.เอง ยังก่อให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างผู้ให้บริการมือถือด้วยกันและยังทำให้ประเทศไทยตกขบวน 4 จีซ้ำรอยมือถือระบบ 3 จี ที่กว่าพี่ไทยเราจะประมูลได้ก็ต้องไล่ตามเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว กัมพูชาและเวียดนามล่าช้ากว่าเขาไปหลายปี

                มาครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ความล่าช้าของระบบ 4 จี ก็ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ให้บริการ ที่พร้อมและไม่พร้อมในการประมูล คนที่ไม่พร้อมก็ได้หายใจหายคออีกนิด แต่คนที่พร้อมนั้นเขาถือว่า สูญเสียโอกาส และมองด้วยว่า ประเทศไทยเองไม่เพียงสูญเสียโอกาสแต่ยังสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับอีกด้วย

                ในภาวะที่รัฐบาลกำลังสาละวนกับการควานหาแนวทางการพลิกฟื้นเศรษฐกิจอยู่ในเวลานี้ หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จ่อจะไปไม่ถึงฝั่ง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้หลังการเข้ามาของรัฐบาล คสช.จะทำให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นกลับมายืนได้อีกหนนั้น ล่าสุดทำท่าจะเหลืออยู่ไม่เกิน 1.4-1.5% เท่านั้น ขณะที่ความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2558 ที่ตั้งเอาไว้สูงถึง 4-4.5% นั้นก็ดูจะฝากความหวังเอาไว้ที่โครงการลงทุนเมกะโปรเจกท์ของรัฐ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งก็คงต้องลุ้นกันอีกหลายเฮือกว่าจะทำได้หรือไม่

                แต่สำหรับการประมูลเพื่อออกใบอนุญาต 4 จีบนคลื่นความถี่ 900 และ 1800 MHz นั้น กล่าวได้ว่าคือ “คำตอบสุดท้าย” ที่ทุกฝ่ายเพรียกหา และเป็นหนทางคืนความสุขให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง!

                ข้อมูลที่ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ออกมาระบุก่อนหน้า ผลพวงจากการประมูลคลื่น 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาตมือถือ 3 จีที่ กสทช.ดำเนินการไปก่อนหน้านั้นเห็นได้ชัดว่า ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีนับจากวันที่ กสทช.ออกใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมไป ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2557 มีผู้ใช้บริการมือถือบนเครือข่าย 2.1 GHz สูงถึง 43.7 ล้านเลขหมาย เป็นผู้ใช้บริการใหม่ 25.6 ล้านเลขหมาย จากจำนวนผู้ใช้บริการมือถือทั้งระบบ 94 ล้านเลขหมาย

                ข้อมูลรายงานจากการวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำนักพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ธปท.และ Frost& Sulluivan ได้วิเคราะห์ถึงมูลค่าเพิ่มของธุรกิจโทรคมนาคมจากการเปิด 3 จี ว่าทำให้รัฐมีรายได้จากค่าธรรมเนียมเข้าคลังถึง 4.1 หมื่นล้าน ไม่รวมผลทางอ้อมที่ทำให้เกิดการลงทุนในอุปกรณ์โครงข่ายในช่วง 3-5 ปีนี้อีกกว่า 6-7 หมื่นล้านบาท สร้างมูลค่าตลาดสมาร์ทโฟนถึง 6 หมื่นล้านบาท มีการใช้งานอินเทอร์เน็ต 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 26% และมีมูลค่าในการทำธุรกรรม ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรอบปี 56 ที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาท

                ขณะที่การประมูล 4 จีบนคลื่น 1800 MHz นั้นก็คาดว่ารัฐจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เป็น Entrance Fee เข้ารัฐโดยตรง ไม่ต่ำกว่า 23,000 ล้านบาทและ 4 จีบนคลื่น 900 MHz อีกไม่น้อยกว่า 19,700 ล้านบาทรวม 2 คลื่นกว่า 42,900 ล้านบาท มากกว่าคลื่น 3 จีเสียอีก ทั้งยังจะส่งอานิสงส์ลงไปยังธุรกิจโทรคมนาคมที่เกี่ยวเนื่องอีกแค่ไหนนั้นเชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะรู้แก่ใจกันดี

                เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่ต้อง “ดิ้นรน” แสวงหาเม็ดเงินมาลงทุนแม้แต่บาทเดียว!