
โจทย์ใหญ่แก้ทุจริตวงราชการ
โจทย์ใหญ่แก้ทุจริตวงราชการ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 20 พ.ย.2557
ปัญหาการคอร์รัปชั่นทุจริตในหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้สะสมมานานจนแทบจะเป็นเรื่องชาชินและกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะความต้องการความสะดวกสบาย ต้องการความรวดเร็ว ตัดปัญหาขั้นตอนต่างๆ โดยใช้เงินเป็นเครื่องมือในการให้ได้รับสิ่งเหล่านั้น อย่างกรณีการกระทำผิดกฎหมายจราจรแทนที่จะต้องดำเนินการตามความผิดและขั้นตอนของกฎหมาย แต่คนส่วนหนึ่งเลือกใช้การจ่ายสินบนใช้เงินเป็นตัวคลี่คลายปัญหาของตัวเอง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้รักษากฎหมายเองก็รับอามิสสินจ้างนั้นด้วยความไม่ละอายต่อศักดิ์ศรีหรือหน้าที่ในการดำรงกฎหมายให้ถูกต้องยุติธรรม และผู้กระทำผิดก็คงไม่เกิดความสำนึกต่อพฤติกรรมในเมื่อแค่จ่ายเงินออกไปทุกอย่างก็จบลงอย่างง่ายสะดวก
การทุจริตในวงราชการมีแฝงตัวอยู่เกือบทุกหน่วยงาน มีการใช้อำนาจไปในทางที่ผิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง การรีดไถเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชา การยักยอกเวลาและทรัพย์สินของทางราชการ การใช้อำนาจหรือเงินทองเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง และเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นก็จะพบว่าวนเวียนอยู่ในเรื่องเดิมๆ ทั้งทัศนคติ เรื่องค่านิยม-วัตถุนิยม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การขาดความสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบการทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพของข้าราชการ การขาดระบบการควบคุมภายในที่ดีของหน่วยราชการทำให้เกิดช่องว่างเรียกรับผลประโยชน์และข้าราชการเห็นว่าคุ้มค่าที่น่าจะเสี่ยง รวมทั้งประการสำคัญคือความสมยอมจากประชาชนหรือเอกชนที่ยอมจ่ายผลประโยชน์
จากวงสัมมนาเรื่อง "คอร์รัปชั่นในระบบราชการ ต้องทำอะไรต่อ" ของ ป.ป.ช.ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้นำเสนอข้อมูลงานวิจัย "คอร์รัปชั่นในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน" โดยพบว่าการคอร์รัปชั่นในระบบราชการไทย โดยเฉพาะการรับสินบนเป็นเหมือนมะเร็งหากไม่แคะหรือเคาะออกก็จะกินทั้งประเทศ พร้อมจัดสินบน 2 ประเภท คือ 1.สินบนแบบใหญ่ วงเงินสูงขนาดสิบหรือร้อยล้านบาท โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ นักธุรกิจได้รับผลกระทบมาก 2.สินบนขนาดเล็ก วงเงินไม่สูงมากที่ครัวเรือนประสบในชีวิตประจำวัน หรือเรียกว่าคอร์รัปชั่นภาคครัวเรือน
สำหรับหน่วยงานที่ถูกเรียกสินบนบ่อยที่สุด คือ สำนักงานที่ดิน ในปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 7.2 รองลงมา ได้แก่ สถานีตำรวจ ปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 6.1 ส่วนกรมศุลกากรและกรมขนส่งทางบก มีจำนวนการเรียกรับสินบนลดลง แต่มีหน่วยงานที่เพิ่มขึ้นมา คือโรงเรียนของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพบว่ามูลค่ารวมการเรียกเงินสินบนมากที่สุดเป็นสำนักงานที่ดิน 1,922 ล้านบาท สถานีตำรวจ 1,792 ล้านบาท อันดับ 3 เป็นโรงเรียนของรัฐ 640 ล้านบาท ดังนั้นการวิจัยนี้ถือเป็นกระจกสะท้อนถึงระดับปัญหาการทุจริตในวงราชการที่ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน 11 ด้านของการปฏิรูปประเทศ จึงต้องตีโจทย์ให้แตกแล้ววางมาตรการและทิศทางการแก้ไขให้ได้ อย่าปล่อยให้ประเทศถูกมะเร็งร้ายกัดกร่อนไปมากกว่านี้



