
เมื่ออำนาจเลือกเสพสื่อ
เมื่ออำนาจเลือกเสพสื่อ : บทบรรณาธิการประจำวันที่19พ.ย.2557
ภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีอารมณ์หลายครั้งต่อการตั้งคำถามของสื่อมวลชน โดยเฉพาะกรณีที่มีการสัมภาษณ์โยงไปถึงการเมืองระหว่างสองขั้วอำนาจ หรือเมื่อสื่อตั้งคำถามที่ไม่ตรงใจกับนายกฯ มักจะเกิดอาการหงุดหงิดและบทสรุปสุดท้ายของคำให้สัมภาษณ์เกิดภาพว่ามีความขัดแย้งกับสื่อ ทั้งๆ ที่ผ่านมาสื่อที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตมีจริยธรรมก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด การแสดงความคิดเห็นบทวิเคราะห์ วิจารณ์ ต่างๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย แต่สื่อกลับถูกมองว่าทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทำให้บรรยากาศการปรองดองเสียไป จนบางครั้งลามไปถึงทำให้รัฐบาลเกิดอาการเซ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงสื่อพยายามทำหน้าที่สะท้อนปัญหาไปสู่ผู้มีอำนาจเพื่อการแก้ไขปัญหาและนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุข กระจกบานนี้จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องส่องดูและรับฟังเพื่อตรวจสอบตัวเอง ในการนำประเทศไปสู่จุดหมายปลายทางตามโรดแม็พที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลได้วางไว้
หลายครั้งที่เกิดปัญหาระหว่างรัฐบาลกับสื่อ มาจากการเลือกเสพตามประเด็นที่รัฐบาลต้องการ จนถูกนำไปขยายความว่า สื่อคือ ตัวปัญหาของความพยายามสร้างความปรองดอง สร้างเงื่อนไขให้การร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน แต่อย่าลืมว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนก็มีสื่อที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางและเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการร่างกฎหมายบริหารประเทศ ความคิดเห็นที่หลากหลายจะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ทุกภาคส่วนยอมรับ รัฐบาลเองต้องมองว่าความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะคือแนวทางหนึ่งในการสร้างประเทศ กฎข้อบังคับทางสังคมทุกคนควรมีส่วนและยอมรับ หากรัฐบาลหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่รับฟังหรือต้องการร่างรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่างๆ ตามที่ตัวเองร่างพิมพ์เขียวไว้ สุดท้ายเมื่อถึงวันที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหาความแตกแยกหรือการไม่ยอมรับกันขึ้นมาอีก ก็จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากเผด็จการ
ประเทศที่เป็นต้นแบบประชาธิปไตยในโลกนี้ล้วนผ่านจุดนี้มาแล้วทั้งสิ้น สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในหลายประเทศก็มาจากความไม่เท่าเทียมหรือความโอนเอียงของกฎหมายหรือการบังคับใช้ บ้านเราก็เช่นกัน กฎหมายถูกมองว่าอยู่ข้างผู้มีอำนาจเสมอ รัฐบาลใช้กฎหมายในการเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม บทเรียนที่ผ่านมาจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 กฎหมายที่ออกมายังมีข้อซุบซิบว่า เกิดจากทหาร แต่แม้ผ่านการเลือกตั้งปัญหาก็ยังไม่จบสิ้นแถมลุกลามมาถึงในปัจจุบันเกิดการยึดอำนาจอีกครั้งเพียงแค่ 8 ปีผ่านไป ดังนั้นความเห็นของประชาชน การรับฟังข้อเสนอแนะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จึงเป็นส่วนสำคัญ ความอิสระของสื่อไม่ได้ทำให้บ้านเมืองแตกแยกหรือเกิดความร้าวฉาน แต่เสียงสะท้อนจากสื่อคือเสียงที่มาจากความคิดเห็นของประชาชน มาจากความคิดเห็นของบุคคลที่มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศหรือนักการเมือง มาจากทุกภาคส่วนที่เห็นว่าบ้านเมืองควรเดินหน้าไปอย่างไร อย่าเลือกติติงสื่อเพียงเพราะสิ่งที่ไม่ถูกใจตัวเองเท่านั้น



