คอลัมนิสต์

เช็กครั้งสุดท้าย‘ขอนแก่นโมเดล’

เช็กครั้งสุดท้าย‘ขอนแก่นโมเดล’

18 พ.ย. 2557

เช็กครั้งสุดท้าย‘ขอนแก่นโมเดล’ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                ถ้าหากติดตามข่าวสารบ้านเมืองในเรื่องดินฟ้าอากาศ ที่ปีนี้ค่อนข้างจะหนักไปทางน้ำน้อยแล้ว คงไม่แปลกใจต่อการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่บอกว่า เตรียมลงพื้นที่ภาคอีสานพร้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมรับฟังและแก้ปัญหาภัยแล้ง รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมศึกษาข้อมูลเรื่องน้ำและพื้นที่ประสบภัยแล้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือ

                นอกจากนี้ยังจะติดตามเรื่องราวที่มาร้องศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทยอีกด้วย

                ก่อนหน้านี้ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่า นายกฯ จะลงพื้นที่ 2 จังหวัดภาคอีสาน คือ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ แบบเช้าไปเย็นกลับ เพื่อดูการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง

                ดูเหมือนว่า ปีนี้จะแล้งตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามปี งานนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามให้การช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงจะหนักหน่อย

                ผู้ว่าฯ ทั้งสองจังหวัดก็คงจะอัดข้อมูลเข้ามาเต็มที่ เพราะปีหน้าน่าจะแล้งกันจริงๆ

                แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ทั้งในเรื่องการเมืองที่ยังแสดงท่าที "พร้อมจะเคลื่อนไหว" จากแรงกระเพื่อมจากกรณี "ถอดถอน" และพร้อมแสดงความเห็นจากการ "ยกร่างรัฐธรรมนูญ" ก็เลยมีคำถามว่า นายกฯ จะไปเพียงแค่แก้ปัญหาภัยแล้งแค่นั้นหรือ แล้วทำไมไม่เบิกร่องที่จังหวัดอื่น?

                ถึง พล.อ.อนุพงษ์ บอกว่า ไม่รู้สึกกังวลในการลงพื้นที่ภาคอีสาน เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง

                ฟังดูแล้ว เหมือนจะสั่งไม่ให้สร้างความวุ่นวายเสียมากกว่า!

                การเลือก 2 จังหวัดนี้ จึงควรจะต้องมีที่มาที่ไป

                คงจะไม่ลืมเรื่องราวในก่อนหน้านี้ ที่ปัจจุบันยังอยู่ในชั้นศาล แม้จำเลยทั้งหมดจะปฏิเสธข้อกล่าวหา นั่นก็คือ "ขอนแก่นโมเดล" ที่ทหารสนธิกำลังตำรวจและพลเรือน กว่า 50 นาย บุกเข้าจับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังประชุมกันอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ริมบึงหนองโคตร ภายในบ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเย็นวันที่ 23 พฤษภาคม จับกุมชาย 21 คน หญิง 1 คน ได้พร้อมอาวุธสงคราม

                คนทั้งหมดถูกระบุว่า เคยเคลื่อนไหวในนาม กองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.), แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน และกลุ่มแกนนำกองทัพปราบกบฏ

                แม้คดีนี้จะอยู่ในชั้นศาล แต่ในทางปฏิบัติการด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่แล้ว สามารถขยายผลไปสู่การจับกุมคลังอาวุธได้ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

                สำหรับสมุทรสาคร หน่วยงานด้านการข่าวพยายามเชื่อมโยงมานาน ตั้งแต่จับอาวุธสงครามได้ที่ จ.ลพบุรี ว่า เป็นใครอยู่ที่ไหน กระทั่งพบขอนแก่นโมเดล ถึงได้รู้ว่า เจ้าของรหัสลับนามว่า "ซี" นั้น อยู่ที่สมุทรสาคร

                การบุกเข้าตรวจค้นจับกุม "ซี" จึงเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้ของกลางที่น่าจะทำให้ผู้ครอบครองยากที่จะหลุดลอดพ้นเงื้อมมือกฎหมาย แม้ "หญิงสาว" ที่เป็นเจ้าของห้องจะอ้างว่า เป็น "ของสะสม" ก็ตาม

                นั่นคือผลจากการเชื่อมโยง "ขอนแก่นโมเดล"

                หากโฟกัสไปที่การเชื่อมโยงระหว่าง ขอนแก่นกับกาฬสินธุ์ ที่นายกฯ จะไปแล้ว จะต้องย้อนไปก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ การเคลื่อนไหวของมวลชนนั้น ไม่ใช่เข้มข้นเพียงแค่ที่ขอนแก่น-กาฬสินธุ์ หากแต่ยังมี มหาสารคาม อีกหนึ่งจังหวัด

                จะว่าไป กาฬสินธุ์-มหาสารคาม นั้น ยังปึ้กกว่าขอนแก่น ที่ถูกแม่น้ำพอง และแม่น้ำชีกั้นเอาไว้

                แต่ทั้งสามจังหวัดร้อยรัดเชื่อมโยงกันด้วย "วิทยุชุมชน" อย่างแข็งแกร่ง และความผนึกแน่นของมวลชนนั้น ดูเหมือนจะข่มรัศมี "อุดรธานี" ที่ประกาศว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงในก่อนหน้านี้

                มองในมุมนี้แล้ว การเลือกไปทั้งสองจังหวัด จึงไม่น่าจะเป็นไปเพื่อรับฟังปัญหาภัยแล้ง หากแต่เป็นไปเพื่อเช็กครั้งสุดท้ายว่า อาการ "ขอนแก่นโมเดล" นั้น หายขาดหรือยัง
.......................................

(หมายเหตุ : เช็กครั้งสุดท้าย‘ขอนแก่นโมเดล’ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)