คอลัมนิสต์

เมื่อนายกฯลงพื้นที่

เมื่อนายกฯลงพื้นที่

18 พ.ย. 2557

เมื่อนายกฯลงพื้นที่ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557

                พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะมีกำหนดการตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใน จ.ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ตามกำหนดการนั้น คณะของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเตรียมการรับมือกับปัญหาภัยแล้ง ที่คาดการณ์กันว่า จะวิกฤติอย่างหนักสำหรับปีนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ในอดีตนั้นพรรคการเมืองคู่ขัดแย้งพรรคหนึ่งเคยยึดพื้นที่นี้เป็นฐานเสียง และต่อมายังเกิดกลุ่มการเมืองย่อยๆ เคลื่อนไหวในหลากหลายรูปแบบด้วย ซึ่งในกรณีหลังนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดให้เห็นเส้นทางสมานฉันท์ปรองดองไปพร้อมกัน

                ดูเหมือนว่า พื้นที่ภาคอีสานจะเป็นโรงเรียนสำหรับการลงสนามทำแบบทดสอบความเป็นผู้นำมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยในอดีตนั้น สภาพพื้นที่แห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยความแห้งแล้ง ชาวนายากจน เพราะฝนไม่ตกต้องตามฤดู ระบบการชลประทานยังไม่ดีพอ ประชาชนหลายจังหวัดต้องจ่อมจมอยู่กับความยากจน ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ หลากหลายโครงการถูกผลักดันให้เกิดขึ้นตามนโยบายของพรรคการเมือง อย่างเช่น โครงการอีสานเขียว โครงการปลูกยางพารา โครงการโขงชีมูล หลายโครงการประสบความล้มเหลว บางโครงการสามารถสร้างอาชีพให้ประชาชนได้จริง และสามารถพลิกฟื้นจากพื้นที่แห้งแล้ง มาเป็นแหล่งผลิตข้าวปลาอาหารที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของประเทศ อย่างเช่น ข้าวหอมมะลิแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทั้งหลายเหล่านี้ย่อมขึ้นอยู่กับ ความจริงจังในนโยบายการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม หากแต่ที่ผ่านมานั้น หลายนโยบาย แม้กระทั่งล่าสุดโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดล้วนมีผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

                การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะครั้งนี้  โดยปกติทั่วไป ก็จะต้องไปรับฟังบรรยายสรุปจากข้าราชการในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการเตรียมแผนรับมือภัยแล้งที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น อย่างเช่น สภาพปัญหาเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นายกรัฐมนตรีจะไปตรวจนั้น มีระดับน้ำอยู่ในอ่างประมาณ 59-60% ซึ่งมีคำยืนยันมาก่อนหน้าว่า ไม่มีปัญหาสำหรับการสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง การปลูกพืชฤดูแล้งและการประมงในปี 2557/2558 และเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภคในช่วงหน้าแล้งอย่างแน่นอน แม้ว่าในพื้นที่รอบนอกจะประสบปัญหาภัยแล้งเป็นบริเวณกว้างก็ตาม เหล่านี้คือตัวอย่างของปัญหาที่นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่มีเวลาสัมผัสลงลึกได้มากนักด้วยข้อจำกัดต่างๆ นานา ขณะเดียวกัน ในด้านการเมือง ก็มีคำยืนยันจากแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ว่า พวกเขาจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ในห้วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมภาคอีสาน เพราะถือว่าเป็นการลงพื้นที่แก้ปัญหา

                อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายจังหวัดในทุกๆ ภาคของประเทศไทย ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งในทำนองเดียวกันกับภาคอีสาน ที่นายกรัฐมนตรีก็น่าจะได้เดินทางไปตรวจและสั่งการอำนวยการเพื่อบรรเทาภาวะความเดือดร้อน ซึ่งกิจกรรมเช่นว่านี้ อยู่ในห้วงเวลาของการผลักดันแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ หรือแผนทวงคืนผืนป่า ซึ่งแผนนี้ว่ากันว่ากำลังจะสร้างความเดือดร้อนอีกรูปแบบหนึ่งให้ชาวบ้านนับหมื่นครอบครัว ดังนั้น ในโอกาสอันดีเช่นนี้ ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินก็ควรจะได้มีโอกาสได้นำเสนอปัญหาต่อนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับปัญหาอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมืองโดยไม่ถูกปิดกั้น นี่จึงน่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งซึ่งจะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความปรองดองขึ้นได้ หาใช่การลงพื้นที่เพื่อสร้างภาพและคะแนนนิยมอย่างที่ผ่านๆ มา