
อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิงร้องขอความเป็นธรรมผ่านสปช.
อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิงร้องขอความเป็นธรรมผ่าน สปช. : สายตรวจระวังภัย'รองอ๊อด'
พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี นำเอกสารหลักฐาน เข้าร้องเรียนผ่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายสิระ เจนจาคะ กรณีถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลชากไทย
พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง พร้อมชาวบ้านจำนวนหนึ่ง นำเอกสารหลักฐานมาร้องทุกข์ผ่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายสิระ เจนจาคะ ที่บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกเจ้าคณะจังหวัดปลดออกจากการเป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลชากไทย โดยเปิดเผยว่า เมื่อปี 2556 ได้ถูกอดีตไวยาวัจกรวัดกระทิง ร้องเรียนเรื่องซื้อที่ดินจำนวนกว่า 70 ไร่ พื้นที่ติดกับวัด โดยใส่ชื่อพระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล แล้วโดนกล่าวหาว่า นำเงินวัดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ที่ผ่านมา ได้มีการชี้แจงด้วยเอกสารและหลักฐานมาตลอด
พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การที่นำเงินไปซื้อที่ดินนั้น เป็นโครงการเดิมของอดีตเจ้าอาวาสที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว และก่อนท่านมรณภาพ ได้นำเงินส่วนหนึ่งไปมัดจำที่ดินดังกล่าวไว้แล้ว การกระทำของตนจึงเป็นเพียงการสืบสานเจตนารมณ์อดีตเจ้าอาวาส มิได้มีจิตที่จะยักยอกเงินทางวัดแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องร้องเรียนจำนวน 5 ข้อ ที่อดีตไวยาวัจกรวัดกระทิงร้องไป พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล บอกว่า มีหลักฐานและชี้แจงได้ โดยเฉพาะเรื่องซื้อที่ดิน ในช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่ดินแนะนำให้ดำเนินการใส่ชื่อของตนก็เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการโอนมาเป็นที่ธรณีสงฆ์ในวันข้างหน้า แต่ถ้าโอนเป็นที่ธรณีสงฆ์ในวันนั้น จะมีขั้นตอนตามกฎหมายหลายอย่าง ประกอบกับเจ้าของที่ ได้เร่งรัดเงิน จึงเป็นที่มาของเรื่องที่เกิดขึ้น จึงนำเอกสารหลักฐาน มาร้องทุกข์ผ่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายสิระ เจนจาคะ ขอให้ตรวจสอบว่าตนโดนกลั่นแกล้งหรือไม่
ล่าสุด นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายอนุสรณ์ สวนแก้ว ทนายความ พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล นำเอกสารและหลักฐานไปยื่นต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษเพื่อนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งจะมีหนังสือแจ้งกลับไปที่วัดกระทิงต่อไป



