คอลัมนิสต์

เมื่อทีมเศรษฐกิจตกเป็นเป้า

เมื่อทีมเศรษฐกิจตกเป็นเป้า

17 พ.ย. 2557

เมื่อทีมเศรษฐกิจตกเป็นเป้า : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

               ตั้งชื่อเรื่อง "ทีมเศรษฐกิจตกเป็นเป้า" ในที่นี้ เพื่อจะสื่อความหมายถึง "เป้า" ที่สังคมกำลังติดตาม 2 เป้าใหญ่ โดย "เป้าแรก" ที่สังคมสนใจอยู่ที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า "ได้เสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีเพิ่ม 2 คน คือ นายอำนวย ปะติเส เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำ และนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็น รมช.คลัง ซึ่งนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้ว"

               เป้านี้ก็เป็นการยืนยันข่าวที่แพร่สะพัดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการเสริมการทำงานของรัฐบาลเอง เพราะถือว่ากระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง เป็นกระทรวงหลักที่มีภาระงานหลักที่หนักหน่วง จึงต้องมี "รัฐมนตรีช่วยว่าการ" มาผ่อนแรง "รัฐมนตรีว่าการ" ที่งานล้นมือ

               ส่วน "เป้าที่สอง" เกิดจากการตั้งข้อสังเกตที่เห็นอะไรบางอย่างในรอบสัปดาห์เกี่ยวกับการสัมภาษณ์ของนักข่าวสายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสายทำเนียบรัฐบาล และสายกระทรวงพาณิชย์

               ที่พร้อมใจกันสัมภาษณ์ถึงปัญหาการทำงานทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ฝ่ายทำเนียบก็ถาม "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร" ส่วนสายพาณิชย์ก็ถามเจ้ากระทรวง "พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ" ซึ่งข่าวนี้เกิดขึ้นจากการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐมนตรี 2 ท่านนี้ "ไม่กินเส้นกันหรือไม่" แต่สุดท้ายทั้ง 2 คนก็ปฏิเสธยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีปัญหาใดๆ กับการทำงานร่วมกันในทีมเศรษฐกิจ

               ฝั่งหม่อมอุ๋ยให้สัมภาษณ์หลังถูกตั้งคำถามกว้างๆ ว่า "มีปัญหาการทำงานในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลหรือไม่" หม่อมอุ๋ยตอบยืนยันว่า การทำงานของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดนี้ทุกคนร่วมกันทำงานได้ดี ไม่มีความขัดแย้งและไม่มีความแตกแยก

               ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย เจอคำถามที่ระบุชื่อว่ามีปัญหากับหม่อมอุ๋ยหรือไม่ แต่ก็ยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งในการทำงานร่วมกับหม่อมอุ๋ย ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

               ทว่า นอกเหนือจากการสัมภาษณ์ในงานสัมมนาทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2558 ที่จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้เชิญหม่อมอุ๋ยไปเป็นองค์ปาฐก กล่าวปาฐกถาพิเศษ

               ตอนหนึ่งรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจกล่าวว่า "งานนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลมีจำนวนมากและต้องการทำให้เสร็จ ซึ่งรู้ดีว่าถ้าใจถึงจะทำงานได้เสร็จ ซึ่งตัวเอง รวมทั้งนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน และนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์"

               "พวกเราใจถึงและไม่กลัวคนด่าอยู่แล้ว ทำงานในระยะปีกว่าจะทำให้เสร็จ ไม่กลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียคะแนนนิยม แต่บังเอิญว่าไม่ใช่พวกเราเป็นกลุ่มที่มีอำนาจอยู่กลุ่มเดียว ผมขอพูดให้งงเล่นแบบนี้"

               ทิ้งท้ายแบบนี้ ให้สังคมและสื่อที่นั่งฟังตีความกันเอาเองว่า ทำไมไม่เอ่ยถึงชื่อ "พล.อ.ฉัตรชัย" ทั้งที่เป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจ และคำว่า กลุ่มอำนาจที่ไม่ใช่พวกเรากลุ่มเดียว ยังมีกลุ่มไหนอีก? ซึ่งในการสัมมนาเวทีใหญ่เช่นนี้ คงไม่ใช่การพูดติดตลกเป็นแน่ และจากการตรวจสอบจากคน "วงใน" ก็ยอมรับว่า กำลังมีปัญหาในการเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล และคสช. เพราะ คสช.เสมือนคนวางนโยบายให้รัฐบาลสานต่อ แต่รัฐบาลยังเคลื่อนได้ไม่เต็มที่ในบางจุด

               จึงน่าสนใจว่า "งานด้านเศรษฐกิจ" ของรัฐบาลที่มีการแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว ซึ่งมี 2 ส่วนใหญ่ๆ ที่กำลังขับเคลื่อน คือ การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมฯ และการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ จะเคลื่อนไปถึงเป้าหมายอย่างสมบูรณ์แบบได้หรือไม่

               นี่จึงเป็นสิ่งที่เชื่อว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เอง คงพอจะรับทราบบ้าง และคงหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้มี "เป้า" ลักษณะนี้ที่ทำให้งานภาพใหญ่มีปัญหา

---------------------------------

(หมายเหตุ : เมื่อทีมเศรษฐกิจตกเป็นเป้า : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง)