คอลัมนิสต์

นายท่านแน่มากจริงๆ

นายท่านแน่มากจริงๆ

07 ก.ค. 2552

เมื่อตำรวจไทยใจกล้าได้ท่า ก็ตั้งข้อหามวลชนพันธมิตรเสื้อเหลืองในคดีบุกสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ยาวเป็นหางว่าว ครอบคลุมทุกพฤติกรรมแห่งคดี กะว่าจะปิดล้อมไม่ให้เหลือช่องสำหรับหลบหลีกได้ โดยเฉพาะโทษประหารชีวิต

ก็ท่านตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่เป็นแกนนำพันธมิตรและพนักงานเอเอสทีวี นักพูด รวมทั้ง ส.ส. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ต้องไปรายงานตัววันที่ 16 กรกฎาคมนี้

 การตั้งข้อหาครอบจักรวาลแบบนี้ไม่รู้ว่านายตำรวจสอบสวนสั่งการไปรับคำบัญชาจากใคร คราวก่อนก็หน้าแหก เมื่อศาลอาญาท่านว่าข้อหากบฏนั้นสุดเว่อร์

 “เสี่ยสุริยะใส กตะศิลา” ยกนิ้วโป้งให้นายท่านว่าเป็นการยกระดับความไร้มาตรฐานถึงขั้นไร้เทียมทานนั่นเลย เพราะเป็นช่องทางให้เครือข่ายคนพรรคเสื้อแดงกระดี๊กระด๊าเป็นอันมาก เพราะก่อนหน้านี้พวกตัวเองต้องกินข้าวแดงในคุกมาแล้ว

 คดีอาญาทั้งใหม่และเก่ายังต้องรอให้ผู้ต้องหาเสื้อแดงไปเล่านิทานในศาล !

 คดีต่างๆ ที่นายตำรวจท่านประเคนให้คงไม่มีอะไรเว่อร์กว่าข้อกล่าวหา “ก่อการร้าย” ตำรวจไทยน่าจะรู้ว่าพฤติกรรมองค์ประกอบแบบใดเข้าข่ายการก่อการร้าย และการชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมินั้นเทียบกับการเผาบ้าน เผาเมือง ก่อจลาจลของพวกเสื้อแดง เอารถแก๊สมาจอดกลางเมือง ขู่ว่าจะระเบิดให้อาคารวอดวาย ประชาชนตายหมู่

 ผู้ก่อการร้ายที่ชาวบ้านเข้าใจ คือมีพวกสวมหน้ากากไอ้โม่ง มีอาวุธครบ ทั้งปืน ระเบิด ยึดตัวประกัน มีเงื่อนไขว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ จะต้องมีคนตายเยอะ

 น่าประหลาด ที่ตำรวจไม่ติดตามจับกุมทันที ปล่อยให้ “ผู้ก่อการร้าย” เดินเพ่นพ่าน จัดรายการทีวีนานกว่า 6 เดือน ทำมาหากินตามปกติ ไม่ได้ก่อคดีที่ไหนอีก

 การตั้งข้อหาลักษณะเช่นนี้เท่ากับสร้างความเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันตำรวจ ถูกมองว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นการเลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ความน่าเชื่อถือต่อกลุ่มบุคคลในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลางแทบไม่เหลือ

 น่าจะมีองค์กรน่าเชื่อถือ สำรวจความเห็น มุมมองของประชาชนว่ามีความเชื่อมั่นมากหรือน้อยในกระบวนการดังกล่าว มีพฤติกรรมอิงอำนาจ มุ่งรับใช้นักการเมืองเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งของตัวเอง ทอดทิ้งประชาชน คดีพวกเสื้อแดงไม่คืบหน้า

 ทุกวันนี้โจรผู้ร้ายย่ามใจ ประกอบอาชญากรรมต่างๆ แทบทุกเวลา นอกจากพวกโจรผู้ร้ายไทยๆ ด้วยกัน ยังมีผู้ร้ายชาวต่างชาติเข้ามาทำมาหากินอย่างเต็มที่ วันก่อนชาวบ้านปิดล้อมจับโจรย่านพัฒนาการ ปรากฏว่าเป็นขบวนการโจรจากเปรูโน่น

 แสดงว่าเมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโจรผู้ร้ายทุกประเภท และพวกนี้เดินล้ำหน้าขีดความสามารถของผู้รักษากฎหมายไป 1 หรือ 2 ก้าวเสมอ ชาวบ้านโดนงัดแงะ ทุบรถ ไปแจ้งความโรงพักเพื่อขอเอกสารใหม่เท่านั้น ไม่หวังให้ติดตามทรัพย์สินคืนมาได้

 คนหนีคุก มีแหล่งที่อยู่ชัดเจนในเมืองดูไบ พวก ส.ส. นักจัดม็อบทาสน้ำเลี้ยงไปรับการเบิกจ่ายมาหลายคณะ แต่ตำรวจและอัยการไทยบอกหาตัวไม่พบ จนชาวบ้านสงสัยว่าต้องให้คนหนีคุกเบื่อมากๆ อยากมาอยู่ลาดยาว คลองเปรม บ้างนิ! อิอิอิ!!!