คอลัมนิสต์

พิทักษ์12ค่านิยม‘ม.1 รอ.’ลุยปราบยา-อบายมุข

พิทักษ์12ค่านิยม‘ม.1 รอ.’ลุยปราบยา-อบายมุข

13 พ.ย. 2557

พิทักษ์ค่านิยมหลัก12ประการ ‘ม.1 รอ.’ลุยปราบยา-อบายมุข : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               แม้จะมีการจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ภารกิจของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ภายใต้โครงสร้างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนภารกิจในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิบัติตามหลัก "ค่านิยม 12 ประการ" ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายเอาไว้

               พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (รองผบ.ม.1 รอ.) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ครอบคลุม 11 เขตในกทม. กล่าวถึงภารกิจของทางหน่วยว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ การปฏิบัติตามคำสั่งคสช.ที่ 41/2557 เรื่อง การปราบปราม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด

               กำลังพลดังกล่าวอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ "บก.ควบคุม" กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พื้นที่ที่รับผิดชอบ อาทิ ปทุมวัน, วัฒนา, บางรัก, สาทร, บางคอแหลม, ยานนาวา, พระโขนง,ประเวศ, สวนหลวง เป็นต้น โดยใช้กำลังพล จำนวน 6 กองร้อย และอาศัยอำนาจตามประกาศ "กฎอัยการศึก" ที่ยังคงบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

               สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อย โดยวัยรุ่นในปัจจุบันนิยมเสพ "ไอซ์" กันมากขึ้น แม้จะมีราคาสูงถึงกรัมละ 2,000-3,000 บาท โดยบทบาทของทหารจะเข้าไปปฏิบัติภารกิจถึงในชุมชน แต่จะเข้าไปในบทบาท "พี่เลี้ยง" ให้แก่ชุมชนมากกว่า

               "ปัจจุบันเรายังคงมีอำนาจตามกฎอัยการศึกอยู่ทำให้การเข้าไปตรวจค้นจับกุมทำได้สะดวกขึ้น แต่เราจะเน้นการเข้าไปเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งมากกว่า โดยจะให้แต่ละชุมชนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการค้นหาผู้ติดยา และเสพยาเพื่อนำตัวไปบำบัด" พ.อ.นพสิทธิ์ อธิบายถึงภารกิจของทหาร

               ทั้งนี้ นอกจากภารกิจการปราบปรามยาเสพติดแล้วกำลังพลที่ลงไปในพื้นที่ยังได้รับการร้องเรียนในเรื่องต่างๆ เช่น เงินกู้นอกระบบ, ผู้มีอิทธิพล, บ่อนพนัน และสถานบันเทิง เป็นต้น

               พ.อ.นพสิทธิ์ กล่าวถึงภารกิจการเข้าไปจับกุมสถานบันเทิง "ไรเดอร์" ที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สถานบันเทิงมีกฎหมายควบคุมเรื่องเวลาเปิด/ปิด และใบอนุญาตสถานบริการอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเราเข้าไปเพื่อทำให้เขาทำถูกกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ทำนอกเหนือไปจากขอบเขตของกฎหมายที่มีอยู่แล้วแต่อย่างใด

               "เราทำภารกิจพิทักษ์หลักค่านิยม 12 ประการของคสช. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการปฏิรูปประเทศให้มีคุณธรรม เป็นการกำจัดแหล่งอบายมุขที่สร้างความเสื่อมให้แก่สังคม ซึ่งบางคนพูดว่า จะทำกันไปทำไม ถ้าทหารออกไปก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น เพราะคิดว่าถ้าเราไม่เริ่มทำตั้งแต่วันนี้มันจะเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นได้อย่างไร"

               พ.อ.นพสิทธิ์ ระบุว่า สิ่งที่คสช.มอบภารกิจถ้าพูดไปก็เหมือนกับการเข้าไป "จัดระเบียบสังคม" ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปฏิบัติตามกฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในการเข้าไปทำภารกิจทางทหารก็ได้มีการประสานกับตำรวจอย่างใกล้ชิด และเมื่อจับกุมแล้วก็ต้องส่งให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

               "อย่างเวลาไปล่อซื้อยา เราก็ถ่ายธนบัตร และลงบันทึกประจำวันตามปกติ ถามว่ามีข่าวรั่วบ้างไหมก็ยอมรับว่ามีบ้างเป็นธรรมดา เพราะบางคนเขาอยู่ในพื้นที่นาน รู้จักคนมาก แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนที่มีคนมองว่าทหารเข้าไปกดดันตำรวจ ยืนยันว่าไม่ได้กดดัน เราแค่ทำในสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นรูปธรรมเท่านั้น" รองผบ.ม.1 รอ. กล่าวย้ำ

.......................................

(หมายเหตุ : พิทักษ์ค่านิยมหลัก12ประการ ‘ม.1 รอ.’ลุยปราบยา-อบายมุข : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)