คอลัมนิสต์

อำนาจพิเศษรัฐบาลต้องรอบคอบ

อำนาจพิเศษรัฐบาลต้องรอบคอบ

10 พ.ย. 2557

อำนาจพิเศษรัฐบาลต้องรอบคอบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่10พ.ย.2557

            การเมืองดูจะเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ หลังนโยบายการปฏิรูปประเทศถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องจากทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ได้รับความร่วมมือและกำลังใจจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรต่างๆ นำพาประเทศไปตามครรลองด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่พอใจผู้บริหารประเทศ และมีการเคลื่อนไหวทั้งใต้ดินและบนดิน ส่งผลให้สถานการณ์การเมืองไม่นิ่งและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย

            ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนของการยึดอำนาจโดย คสช. มีการเรียกกลุ่มคนเห็นต่างเข้ามาละลายพฤติกรรมในค่ายทหารเป็นระยะๆ ทั้งกลุ่มที่หัวรุนแรงไล่ไปตั้งแต่นักการเมือง นักวิชาการ สื่อ นักธุรกิจ นักเคลื่อนไหว นักกิจกรรม หรือเอ็นจีโอ กระทั่งประชาชน นิสิต นักศึกษา แต่มีบางส่วนที่ยังไม่ตกผลึกและออกมาเคลื่อนไหวเป็นคลื่นใต้น้ำโจมตีรัฐบาล คสช.อย่างต่อเนื่อง บางส่วนก็ก้าวล่วงจนเลยเถิดเป็นผู้ต้องหาหนีคดีไปยังต่างประเทศใช้สังคมออนไลน์เป็นช่องทางป้ายสีฝ่ายตรงข้ามปลุกผีมวลชนออกมาต่อต้านรัฐบาลทหาร อ้างถึงความเลวร้ายของการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย บิดเบือนการใช้รัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพ กดขี่ประชาชน เป็นต้น

            ยิ่งโรดแม็พเข้าสู่ระยะที่สองของการปฏิรูปประเทศ สถานการณ์ที่ดูเงียบๆ ซึมๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้น กลุ่มซีกตรงข้ามรัฐบาลทั้งกลุ่มการเมืองเก่า ผู้ที่เห็นต่างกับรัฐบาล มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และถึงแม้จะไม่รุนแรง แต่ก็อาจขยายปมความขัดแย้งได้ในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบด้วยการอิงมวลชนเป็นหลัก บางกลุ่มแอบแฝงในเวทีภาคประชาชนระดมความคิด ขณะที่ยังมีบางกลุ่มที่ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองพยายามผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งทางรัฐบาลและหน่วยงานมั่นคงเองก็ทราบดีและพยายามใช้ไม้นวมในการเข้าไปทำความเข้าใจอธิบายว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ด้วยความคิดที่เชื่อว่า ทุกคนอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แต่มีวิธีการแสดงออกที่แตกต่างกันไปตามแนวคิดของแต่ละบุคคล

            การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ความเห็นต่างของคนบางกลุ่มเป็นเรื่องที่หัวหน้ารัฐบาลต้องเปิดกว้างและสดับรับฟัง เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการปฏิรูปครั้งนี้ แต่ที่น่าเหนื่อยใจกลับเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่พยายามเบี่ยงเบนประเด็นหรือใช้ประโยชน์จากผู้ที่เห็นต่างมาปลุกระดมชาวบ้านเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งในเรื่องการถอดถอนหรือฟอกขาวนักการเมืองที่กระทำขัดรัฐธรรมนูญ ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นเหตุผลหนึ่งให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม รวมถึงคงกฎอัยการศึกไว้ ยิ่งไปกว่านั้นการออกมากระตุ้นความจำในเรื่องอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตอกย้ำสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ปกติ ต้องยอมรับว่า การใช้อำนาจพร่ำเพื่อและไม่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย อีกทั้งยังเป็นดาบสองคมเมื่อประกาศใช้แล้วย่อมกระทบต่อคนหลายกลุ่ม และในนั้นหมายถึงผู้ที่เคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตรึกตรองถึงความสมเหตุสมผลด้วย