คอลัมนิสต์

เมืองพัทยาคุมเข้มความปลอดภัยตร.-ทหารร่วมตรวจทุกศุกร์-เสาร์

เมืองพัทยาคุมเข้มความปลอดภัยตร.-ทหารร่วมตรวจทุกศุกร์-เสาร์

05 พ.ย. 2557

เมืองพัทยาคุมเข้มความปลอดภัยตำรวจ-ทหารร่วมตรวจทุกวันศุกร์-เสาร์ : สายตรวจระวังภัย โดยศุภกร อรรคนันท์

               เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกมาพักผ่อนในแต่ละปีจำนวนไม่น้อย จึงหลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องมีปัญหาอาชญากรรมตามมาด้วย รวมถึงปัญหายาเสพติด เพราะส่วนใหญ่คดีที่เกิดขึ้นมักจะพบว่าคนร้ายติดยาเสพติดและมักจะไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ปล้นทรัพย์ จี้ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องปราม ตำรวจจะต้องเข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

               พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รองผบก.ภ.จ.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า หลักการคือ ต้องวางมาตรการป้องกันไม่มีเหตุเกิดขึ้นก่อน แต่ถ้าหากมีเหตุก็ต้องตามจับให้ได้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการก่อเหตุได้ การป้องกันเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังทั้งทางตำรวจและพื้นที่ข้างเคียง เช่น สภ.นาจอมเทียน, สภ.ห้วยใหญ่, สภ.บางละมุง, สภ.หนองปรือ และสภ.แหลมฉบัง เข้ามาช่วย โดยเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ เพราะเมืองพัทยาจะมีนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก และยังมีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และตำรวจอาสาฯ จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.14 จ.ชลบุรี เข้ามาช่วยตรวจตามจุดตรวจสกัดต่างๆ เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันให้มากขึ้น

               สอดรับกับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธ์ สว.ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าท่องเที่ยวจะเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจ และเน้นประชาสัมพันธ์ตามแหล่งท่องเที่ยวและที่พักของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความอุ่นใจ โดยเฉพาะบริเวณวอล์กกิ้งสตรีท จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงได้เพิ่มมัคคุเทศก์ อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวที่พูดภาษาจีนได้มาช่วยประชาสัมพันธ์ โดยจะมีการสวมเสื้อปักตัวอักษรภาษาจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสังเกตเห็นชัดและกล้าที่จะเข้าไปสอบถาม

               ด้าน นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้เชิญผู้ประกอบการทุกแห่งในเมืองพัทยามาประชุมและอบรมให้ความรู้แก่พนักงานแต่ละสถานประกอบการเป็นระยะ ในเรื่องการดูแลให้ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและช่วยสังเกตคอยแจ้งข้อมูลบุคคลต้องสงสัยให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อต่างๆให้หมั่นตรวจสอบดูแลปรับปรุงกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา และปรับมุมกล้องให้เป็นถนนหน้าร้าน เพื่อที่จะตรวจตราเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ให้ทุกภาคส่วนดูแลนักท่องเที่ยว

               นายศักดิ์ชัย ระบุอีกว่า หากสถานประกอบการใดปล่อยให้การ์ด หรือเจ้าหน้าที่ของตัวเองไปทำร้ายนักท่องเที่ยว สถานประกอบการนั้นจะต้องถูกสั่งปิด เบื้องต้นอย่างน้อยเป็นเวลา 30 วัน ถือเป็นกฎเหล็กที่เจ้าของสถานประกอบการจะต้องรับผิดชอบ จึงอยากฝากถึงผู้ประกอบการทุกแห่งให้ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมาบ้านเราแล้วต้องมีความปลอดภัย มาแล้วมีความสุข ถ้าไม่ช่วยกันดูแลจะไม่มีใครมาท่องเที่ยวอีกต่อไป