คอลัมนิสต์

บิ๊กป้อมกับข่าวลือที่เมืองจีน

บิ๊กป้อมกับข่าวลือที่เมืองจีน

04 พ.ย. 2557

บิ๊กป้อมกับข่าวลือที่เมืองจีน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกมาการันตีให้พี่ใหญ่ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่บังเอิญเดินทางไปเยือนจีน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อยู่ที่นั่นพอดิบพอดีนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร เองเมื่อกลับมาก็ปฏิเสธเช่นกัน ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ความเชื่อมั่นดีขึ้นเท่าใดนัก

               นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร นั้นนอกจากจะเป็นประธานเตรียมทหารรุ่น 6 แล้วก็ยังได้ชื่อว่าเป็นมือประสานสิบทิศ

               รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ถูก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประวิตร ยึดอำนาจ แม้ขณะนั้น พล.อ.ประวิตรไม่ได้เป็นแกนนำเข้าร่วมด้วย แต่ในฐานะประธานรุ่น ก็ได้รับเกียรติและมีบารมีมากพอที่จะวางทิศทางการเติบโตของ "บูรพาพยัคฆ์" ให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. และส่งไม้ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ กระทั่งมาถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน

               ถึงจะเป็นส่วนสำคัญในการนำทิศบูรพาพยัคฆ์ และก็น่าจะเป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เองน่าจะคาใจ แต่เอาเข้าจริง ในขณะที่ สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงนั้นกลับมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะเข้ามารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งก็รวมทั้งในช่วงที่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสข่าวเช่นเดียวกันนี้

               จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร จะถูกจับตาเป็นพิเศษ

               ถึงแม้ว่า เอาเข้าจริงแล้ว ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้พบกันเลยก็ตามที หรือหากมีความต้องการจะพบปะเจรจากันจริงๆ ก็ไม่น่าจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเช่นนั้น

               เพราะในเวลานี้ เป้าหมายของ คสช.เหลือเพียงไม่กี่เดือนก็บรรลุแล้ว สิ่งที่วางเอาไว้ก็เป็นไปตามแผนทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องราวบางอย่างให้ถกเถียง ก็เป็นเรื่องของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ถูกออกแบบและจัดวางตัวบุคคลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

               แต่ถ้าคิดแทน พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วหากมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นผลดีมากกว่าเสีย

               ประเด็นแรกเลยก็คือ เภทภัยที่กำลังคืบคลานไปหาน้องสาว จากวิบากกรรมจำนำข้าว ที่ สนช.กำหนดวันถกเถียงกันแล้ว

               ถึงแม้ว่า ทีมทนายความของยิ่งลักษณ์ จะตระเตรียมข้อโต้แย้งเอาไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เบาใจได้ ยิ่งหากหันไปดูความเสียหายซึ่งวันนี้อาจทะลุ 7 แสนล้านบาทไปแล้ว ความรู้สึกในเรื่องที่ว่าหายนะขนาดนี้ จะไม่มีใครรับผิดชอบเลยเชียวหรือ ?

               ก็ยิ่งเกิดจินตนาการสร้างความเชื่อมั่นไปล่วงหน้าแล้วว่า จะรอดได้อย่างไร ?

               หากเกิดเรื่องราวขนาดนี้แล้ว ประเด็นถัดมาคงไม่พ้นเรื่องราวของการยึด หรืออายัดทรัพย์สิน ที่อาจจะไม่ใช่แค่เพียง ยิ่งลักษณ์ แต่อาจลุกลามไปถึงรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่หรือใครก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง

               สุดท้ายก็คงจะมีการดำเนินคดีเอาผิดทางอาญาให้ติดคุกติดตะราง

               แล้วในฐานะคนต้นคิดจะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

               แต่ด้วยสภาพที่ถูกตรึงเอาไว้ด้วย "กฎอัยการศึก" การจะใช้มวลชนออกมากดดันเหมือนที่ผ่านมาย่อมเป็นไปไม่ได้

               ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นไปอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง วิเคราะห์เอาไว้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำได้ก็คือ รอวันเลือกตั้ง แล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ว่า "รอ" ให้ถึงวันนั้นไม่ได้ เพราะมีเรื่องร้อนที่ต้องเร่งแก้อยู่

               กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ !

               ในนาทีวิกฤติ หากต้องแลกด้วยอะไร ก็คงต้องยอม แม้กระทั่งอนาคตทางการเมืองภายหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ในวันนั้น ไม่แน่ว่า อาจมีพรรคสีเขียว ที่ไม่ได้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า GREEN PARTY เกิดขึ้นมาก็เป็นได้

               แต่สำหรับ พล.อ.ประวิตร นั้นฟังจากถ้อยแถลงแล้ว ก็น่าเชื่อว่า อยากให้ภารกิจปฏิรูปประเทศนี้เสร็จสิ้นไปโดยไว

..................................

(หมายเหตุ : บิ๊กป้อมกับข่าวลือที่เมืองจีน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)