
อย่าเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง
อย่าเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2557
วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปเป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการ "เมืองสะอาด คนในชาติมีสุข" ที่สวนลุมพินี ทั้งนี้เพื่อผลักดันการดำเนินการมาตรการต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายการจัดการขยะมูลฝอย อย่างเช่น การสร้างวินัยและรณรงค์ให้คนในชาติร่วมกันรักษาความสะอาด การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การคัดแยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะ การทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทาง และการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ โครงการที่ว่านี้วาดหวังเอาไว้ว่า จะทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมการจัดการขยะตั้งแต่จุดกำเนิด สร้างภาคีความร่วมมือในการรณรงค์ร่วมกันจากทุกภาคส่วน และการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ผ่านการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนในหลายรูปแบบ โดยกำหนดกิจกรรมรณรงค์รักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ แม่น้ำ คู คลอง แหล่งน้ำสาธารณะ สวนสาธารณะ สถานีขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว สถานีรถไฟ ตลาดสด ตลาดนัด ถนน เกาะกลางถนน และอำเภอ รวมถึงการรณรงค์สร้างวินัยในการจัดการขยะ
กระนั้น เมื่อรัฐบาลมีนโบบาย "เมืองสะอาด คนในชาติมีสุข" ก็ควรจะได้ให้ความสำคัญกับปัญหาขยะทั้งระบบ โดยเฉพาะขยะจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขยะมูลฝอยเป็นขยะที่มีปริมาณมากที่สุดของประเทศไทย โดยปี 2555 มีขยะมูลฝอยประมาณ 16 ล้านตัน ขณะที่ของเสียอันตรายก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม ที่เหลือคือของเสียอันตรายจากชุมชน รวมถึงซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และขยะมูลฝอยติดเชื้อ ทั้งนี้ ขยะกว่า 70% มาจากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล
เมื่อพิจารณาศักยภาพในการบำบัดกากของเสียอุตสาหกรรม มีโรงงานรับบำบัดที่ได้รับใบอนุญาตทั่วประเทศ 1,789 แห่ง แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.โรงงานประเภท 101 เป็นโรงบำบัดของเสียรวม เช่น เตาเผาขยะในโรงงานปูนซีเมนต์ หรือระบบบำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรม มีจำนวนทั้งสิ้น 141 แห่ง 2.โรงงานบำบัดกากของเสียประเภท 105 จะเป็นบ่อฝังกลบและเป็นโรงงานคัดแยก มีจำนวน 1,225 แห่ง และ 3.โรงงานบำบัดกากของเสียประเภท 106 เป็นโรงงานรีไซเคิล มีจำนวน 423 แห่ง เฉพาะกากของเสียอันตรายจากโรงงานประเภทที่ 3 คือ โรงงานที่ต้องขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน หรือใบ รง.4 มีจำนวน 75,867 แห่ง จากทั้งหมดจำนวน 135,942 แห่ง พบโรงงานที่มีของเสียอันตรายอยู่ราว 1.6 หมื่นแห่ง โดยช่วงเดือนมีนาคม 2555 ถึงเดือนมีนาคม 2556 พบใบแจ้งขนของเสียอันตรายออกจากโรงงานรวม 2.75 ล้านตัน แต่กลับพบว่ามีการนำไปบำบัดเพียง 9 แสนตัน นั่นหมายความว่า มีกากของเสียอันตรายหายไปจากระบบ 1.85 ล้านตัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การดำเนินโครงการตามนโยบายนี้จะไม่เป็นเสมือนไฟไหม้ฟาง ตื่นเต้นเอาจริงเอาจังกันชั่วครู่ยาม พอนานวันเข้าก็หลงลืมและปล่อยปละละเลยให้กลับไปอยู่ในสภาพดังเดิมอีก เหมือนนโยบายการจัดระเบียบคนในชาติอย่างในอดีต นับตั้งแต่ให้คนไทยใส่หมวก เลิกกินหมาก จนกระทั่งมาถึงยุคสมัยหนึ่งถึงขนาดที่รัฐบาลสั่งการให้ตำรวจตั้งจุดจับกุมคนที่สร้างความสกปรกเลอะเทอะบนถนนหนทาง หรือแม้กระทั่งไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย ฯลฯ เพราะในความเป็นจริงดังกล่าวมาแล้วนั้น ถ้าหากประเทศไทยไม่มีมาตรการเกี่ยวกับการจัดการกับขยะอย่างจริงจังแล้ว ไม่เพียงแต่จะทำลายสภาพแวดล้อมลงทุกวันเท่านั้น หากแต่สุขภาพของคนไทยก็จะย่ำแย่ลง และเป็นภาระให้ภาครัฐต้องรักษาพยาบาลด้วยงบประมาณจำนวนมหาศาลไม่มีที่สิ้นสุด



