คอลัมนิสต์

ประเมินดับไฟใต้ทุก3เดือนลดรุนแรง162หมู่บ้านสีส้ม

ประเมินดับไฟใต้ทุก3เดือนลดรุนแรง162หมู่บ้านสีส้ม

30 ต.ค. 2557

ประเมินผลดับไฟใต้ทุก3เดือน ลดเหตุรุนแรง162หมู่บ้านสีส้ม : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

                ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครบ 10 ปีไปแล้วในปี 2557 แต่เหตุร้ายก็ยังมีอยู่แทบทุกวัน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาในปี 2558 จึงได้แบ่ง "พื้นที่เป้าหมาย" เป็น 3 เป้าหมายเพื่อทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
 
                 1.พื้นที่เสริมสร้างความมั่นคง ซึ่งเป็นพื้นที่ยังคงปรากฏความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งต้องใช้ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อจำกัดเสรีการเคลื่อนไหว และมีความจำเป็นต้องใช้งานกิจการพลเรือน งานการเมือง และงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐให้กลับคืนมา

                 2.พื้นที่เร่งรัดการพัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อการก่อเหตุที่ต้องช่วงชิง และไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาสร้างอิทธิพลในพื้นที่ โดยต้องใช้งานพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่กับงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจและให้การสนับสนุนฝ่ายรัฐ

                 3.พื้นที่เสริมสร้างการพัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีเหตุรุนแรง และจำเป็นต้องใช้การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาเท่าเทียมกับพื้นที่ในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ

                 ส่วน "กลุ่มเป้าหมาย" ที่รัฐบาล และคสช. ให้ความสำคัญ คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง แนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง กลุ่มเสี่ยงต่อการชักนำเข้าร่วมก่อเหตุรุนแรง องค์กร สถาบันที่สนับสนุนการก่อเหตุรุนแรง และกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยได้กำหนดพื้นที่ "หมู่บ้านเสริมสร้างความมั่นคง" 162 หมู่บ้าน เพื่อเร่งเข้าไปแก้ปัญหา

                 สำหรับ "ทุ่งยางแดงโมเดล" อาศัยหลักการการผนึกกำลังร่วมทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และกำลังประชาชน โดยมอบภารกิจการควบคุมเส้นทาง ดูแลครู และโรงเรียนให้แก่กำลังประชาชน คือ ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

                 พร้อมทั้งจัด "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ในหมู่บ้าน และการจัด "ตั้งศูนย์วิทยุระดับตำบล" ควบคู่กับการจัดให้มีการซักซ้อม "แผนเผชิญเหตุ" ของกำลังทุกส่วน รวมทั้ง ศอ.บต.ที่จะปรับแผนงานเข้ามายังพื้นที่หมู่บ้านเสริมสร้างความมั่นคงเป็นความเร่งด่วนแรก

                 โดยคาดหวังว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะลดความรุนแรงลงอย่างชัดเจน หากประเมินว่าทุ่งยางแดงโมเดลได้ผลเป็นที่น่าพอใจภายใน 3 เดือนจะขยายผลไปยังอำเภออื่นด้วย

                 แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่เผยว่า จะมีการประเมินผลการทำงานในพื้นที่ทุก 3 เดือนเป็นตัวชี้วัดและกระตุ้นในการทำงาน ซึ่งเราก็ไม่หวังว่าเหตุการณ์จะสงบลงภายในระยะเวลาอันใกล้ แต่ก็จะต้องมีผลงานให้เห็น

                 โดยเฉพาะคดีความในพื้นที่จากเดิมที่มีคดีอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถทำได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่นโยบายใหม่จะต้องทำให้ได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหมู่บ้านก่อเหตุรุนแรงที่เป็น "หมู่บ้านสีส้ม" ขอให้ลดเหตุรุนแรงลงให้ได้ และจากเดิมที่มีอยู่ 162 หมู่บ้าน อยากให้ลดลงเหลือสัก 50 เปอร์เซ็นต์ โดยหมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายจริงๆ คือ 136 หมู่บ้าน

                 “เราไม่ได้กดดัน แต่การกำหนดกรอบการทำงานในการลดจำนวนหมู่บ้านที่ก่อเหตุรุนแรงเพื่อให้หน่วยปฏิบัติตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และต้องการกระตุ้นการสร้างกำลังประจำถิ่น รวมถึงการเสริมอัตราของตำรวจ เพื่อขยับกำลังทหารออกมาจากพื้นที่สีเขียว โดยให้ทหารไปประจำพื้นที่สีส้ม ส่วนพื้นที่สีเหลืองจะเป็นกองกำลังประจำถิ่น"

                 สิ่งที่คาดหวัง คือ เหตุการณ์จะต้องดีขึ้น และจับต้องได้เป็นรูปธรรม ซึ่งทุกปีเป็นเพียงการพูด แต่ปีนี้จะต้องดีจริง ซึ่งปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่การเมืองจะได้ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

                 ส่วนนโยบาย "การพูดคุยสันติสุข" อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งของนายกฯ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ลำดับ คือ ระดับอำนวยการ ระดับพูดคุยทำความเข้าใจ และระดับพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อรอให้นายกฯ เดินทางเยือนมาเลเซีย เพื่อหารือกับมาเลเซียในระดับ "รัฐต่อรัฐ" ก่อนที่จะมีการพูดคุยในระดับล่าง

                 คาดว่านายกฯ จะเดินทางเยือนมาเลเซียในปลายเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม โดยแผนการพูดคุยแบบรัฐต่อรัฐเป็นการยืนยันการเดินหน้าการพูดคุยสันติสุข พร้อมคณะพูดคุยที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าชุด มีเจ้าหน้าที่จากกองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กอ.รมน. สมช. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นักวิชาการ และคนในพื้นที่ร่วมคณะไปด้วย

............................

(หมายเหตุ : ประเมินผลดับไฟใต้ทุก3เดือน ลดเหตุรุนแรง162หมู่บ้านสีส้ม :  ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)