คอลัมนิสต์

เตือนภัย..สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ตรวจสอบข้อมูลร้านก่อนโอนเงิน

เตือนภัย..สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ตรวจสอบข้อมูลร้านก่อนโอนเงิน

30 ต.ค. 2557

เตือนภัย...สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลร้านก่อนโอนเงิน : สายตรวจระวังภัย โดยกัมปนาท ละออง

                 การซื้อสินค้าประเภทต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความสะดวกสบายสำหรับผู้ซื้อแต่ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางของมิจฉาชีพที่จะเข้ามาก่อเหตุได้ ซึ่งมีให้เห็นกันมาตลอดในกรณีที่มีการสั่งซื้อและโอนเงินไปก่อนที่จะได้รับของ แต่สุดท้ายไม่ได้สินค้าตามที่ตกลง จนทำให้มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสูญเงินไปตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักล้านมาแล้วนับไม่ถ้วน

                 ผู้เสียหายรายหนึ่ง เล่าว่า ได้ติดต่อซื้อกระเป๋าถือแบบผู้หญิงยี่ห้อดัง จากร้านค้าในโปรแกรมอินสตาแกรม ชื่อว่า “ORNKHUNNIE” และได้พูดคุยตกลงราคาผ่านทางไลน์และทางโทรศัพท์ ซึ่งราคากระเป๋าถูกกว่าตามท้องตลาดจึงสนใจสั่งซื้อ และโอนเงินเป็นค่ามัดจำก่อน จำนวน 136,000 บาท เมื่อสินค้ามาถึงแล้วจะโอนเงินที่เหลือไปให้ ระหว่างที่รอสินค้าทางร้านได้ติดต่อมาหาอ้างว่ามีสินค้าหลุดจองทำให้ราคาถูกลงอีก  จึงหลงเชื่อสั่งซื้อเพิ่ม และได้โอนเงินไปให้ทั้งหมด 23 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2.3 ล้านบาท "เมื่อถึงวันกำหนดนัดส่งของทางร้านก็เริ่มบ่ายเบี่ยงไม่ส่งของ อ้างเหตุผลต่างๆ ซึ่งในขณะนั้นเริ่มคิดว่าอาจจะถูกหลอก จึงไปค้นหามูลตามอินเทอร์เน็ตพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายถูกหลอก บางรายสูญเงินไปกว่า 18 ล้านบาท จึงได้รวมตัวกันและเข้าแจ้งความทันที

                 พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับเรื่อง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตามแกะรอยคนร้ายรายนี้ และเข้าจับกุม น.ส.อรอนงค์ หรือแหวว แสนพินิจ อายุ 36 ปี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยน.ส.อรอนงค์มีหน้าที่เปิดบัญชีและเบิกเงินสดออกจากธนาคาร ตรวจพบเปิดบัญชีธนาคารถึง 7 บัญชี มีเงินหมุนเวียนเกือบ 50 ล้านบาท  โดยที่น.ส.อรอนงค์ ไม่ให้การใดๆ ขอต่อสู้คดีในชั้นศาล จากการขยายผลพบยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน อยู่ระหว่างการหลบหนี
“
                 ที่ผ่านมามีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกหลอกทำให้ต้องสูญเงินไปจำนวนมาก ซึ่งอยากจะฝากประชาสัมพันธ์แก่ผู้ที่คิดจะซื้อของทางอินเทอร์เน็ต ให้มีการตรวจสอบข้อมูลของร้านให้ดีเสียก่อนที่จะตกลงโอนเงิน หากมิฉะนั้นแล้วก็อาจจะต้องเสียเงินโดยที่ไม่ได้ของมา หรือได้ของไม่ตรงตามที่สั่งก็เป็นได้” พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวเตือน

                 สำหรับผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อหรืออาจกำลังจะตกเป็นเหยื่อนั้น ควรที่จะต้องเก็บข้อมูลต่างๆ ที่ติดต่อซื้อขายไว้กับร้าน เช่น สลิปการโอนเงิน, คัดลอกหน้าเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ที่มีการลงประกาศ ซึ่งถ้าหากพบว่าถูกหลอกก็ควรที่จะรวมกลุ่มผู้เสียหายให้มากที่สุด เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน สำหรับการดำเนินคดี และแจ้งความกับทางสถานีตำรวจท้องที่และยังสามารถเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี