คอลัมนิสต์

คนกรุงเทพฯกับประชาคมอาเซียน

คนกรุงเทพฯกับประชาคมอาเซียน

29 ต.ค. 2557

คนกรุงเทพฯกับประชาคมอาเซียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่29ต.ค.2557

                 อีกเพียงปีเศษๆ การจัดตั้งประชาคมอาเซียนก็จะมีผลบังคับใช้ เมื่อถึงเวลานั้นประชาชนใน 10 ประเทศสมาชิกต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ดังนั้น คนในหลากหลายอาชีพจะต้องปรับตัวเองเพื่อรองรับกระแสไหลบ่าด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่คนส่วนใหญ่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนและชัดเจนที่สุด กรุงเทพมหานครเองคงหลีกเลี่ยงไม่พ้น ประเด็นที่ต้องขบคิดคือ คนกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่จะทำอะไรจากนี้ไป รัฐจะรับมือกับความสดใหม่ของข้อตกลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่าลืมว่าประเทศไทยหมายมั่นปั่นมือจะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มสมาชิก ในทุกมิติกรุงเทพฯ จะต้องรองรับแบบเต็มๆ ดังนั้นแผนที่จะทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองหลวงอาเซียนจึงมีความสำคัญ แต่ปัญหาในกรุงเทพฯ เองก็ยังมากมายแก้ไม่ตก ตั้งแต่เรื่องอาชญากรรม การจราจร ความไม่เป็นระเบียบของเมืองหลวง

                 แม้จะมีความพยายามปัดกวาดบ้านของตัวเองด้วยการจัดระเบียบทางเท้า เพื่อสร้างความสวยงามให้แก่เมืองหลวง แต่ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางก่อนถึงเวลาสำคัญอีกมากมาย กรุงเทพฯ ยังมีสิ่งรกหูรกตาอยู่เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในประชาคมอาเซียน ความแออัดของที่อยู่อาศัย การขายของตามทางเท้าที่ไม่เป็นระเบียบ ป้ายโฆษณาที่เต็มไปทั้งเมืองหลวง ทำให้ทัศนียภาพเสียไป รุกล้ำพื้นที่ทางเท้าและเป็นอันตรายต่อการสัญจร ไฟส่องสว่างที่ยังอ่อนแสงกว่าป้ายขายสินค้า ที่ไม่ทราบว่าผ่านการอนุมัติกันมาอย่างไร ปัญหาการจราจรที่คับคั่ง ซึ่ง กทม.มีส่วนในการบริหารพื้นที่ นับวันจะยิ่งสาหัสและไม่มีทีท่าจะแก้ปัญหาได้ ที่สำคัญที่สุดคือการไหลบ่าทางอาชญากรรม ซึ่ง กทม.มีส่วนในการแก้ไขปัญหาร่วมกับตำรวจ กล้องวงจรปิดที่ไม่ครอบคลุม พื้นที่รกร้างที่เกิดคดีขึ้นมากมาย

                 หลังจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พ้นข้อกล่าวหาจากการเลือกตั้ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปนานร่วม 6 เดือน การกลับมาก็ไม่ได้มีผลงานอะไรที่เห็นเป็นรูปธรรม ซ้ำยังเกิดปัญหาในแง่การบริหารงานภายในด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการช่วงชิงพื้นที่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ สามารถยึดฐานเสียงไว้ได้ทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ การต่อสู้ผ่านการเลือกตั้งจึงดุเดือด ประกอบกับผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบันอยู่มาถึงสมัยที่สอง ตามกฎหมายไม่สามารถลงเลือกตั้งได้อีก อาจทำให้การทำงานลดความเข้มข้นลง คะแนนที่ได้รับการเลือกตั้งล่าสุดก็สูสีเป็นอย่างมาก ซึ่งชัยชนะที่ได้มาไม่อาจทำให้ผ่อนเบาการทำงานลง คนกรุงเทพฯ คงไม่ต้องการผู้ว่าฯ กทม. ที่เอาแต่เล่นการเมืองหรือนั่งบริหารเมืองขนาดใหญ่อย่างไร้ทิศทาง กทม.วันนี้คล้ายกำลังจะหมดลมหายใจ แต่เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อเดินหน้าประเทศไทย และรัฐบาลนี้แหละที่ต้องเผชิญกับประชาคมอาเซียน ขณะที่ กทม.ยังเต็มไปด้วยปัญหา