คอลัมนิสต์

ปฏิรูปเพื่อดับทุกข์

ปฏิรูปเพื่อดับทุกข์

28 ต.ค. 2557

ปฏิรูปเพื่อดับทุกข์ : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557

               ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ 20 กระทรวงส่งเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถตัดสินใจได้ในการแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนที่มาร้องเรียน ประจำที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม ซึ่งเป็นนโยบายที่สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ ป้าสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ชาวนาวัย 52 ปี จาก จ.ลพบุรี จุดไฟเผาตัวเองประท้วงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องดีๆ ที่ไม่ใครจะปฏิเสธได้ เพราะทำให้แลเห็นความจริงใจที่มีต่อประชาชนผู้กำลังตกทุกข์ได้ยาก ด้วยการแสดงออกในอันที่จะเอาใจใส่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว

               สำหรับการร้องเรียนผ่านศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานข่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ถึงวันที่ 19 ตุลาคม ที่เพิ่งผ่านมานี้ มีเรื่องร้องเรียนรวม 81,855 เรื่อง แก้ปัญหาจนได้ข้อยุติแล้ว 71,755 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 10,101 เรื่อง เรื่องร้องเรียนแบ่งเป็น 6 หมวดใหญ่ คือ 1.สังคมและสวัสดิการ มีเรื่องร้องเรียน 44,105 เรื่อง ยุติแล้ว 39,844 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 4,261 เรื่อง 2.เศรษฐกิจ ร้องเรียน 11,299 เรื่อง ยุติแล้ว 9,317 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,982 เรื่อง 3.กล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐมี 11,070 เรื่อง ยุติแล้ว 1,009 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 984 เรื่อง 4.การเมืองการปกครองมี 8,587 เรื่อง ยุติแล้ว 7,182 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,405 เรื่อง 5.กฎหมาย มีร้องเรียน 3,908 เรื่อง ยุติแล้ว 2,859 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,047 เรื่อง และ 6.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีร้องเรียน 2,886 เรื่อง ยุติแล้ว 425 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 2,461 เรื่อง

               อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่ประชาชนต้องเดินทางเข้าร้องเรียนต่อรัฐบาลกลาง ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งต้องกระโดดข้ามหลายขั้นตอนนับตั้งแต่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานระดับอำเภอ จังหวัด แม้ตามสถิติการร้องเรียนและยุติปัญหาดังที่เป็นข่าวจะไม่ได้บอกรายละเอียด และแม้ว่าหลายเรื่องอาจเป็นการกล่าวหาลอยๆ หรือเป็นความเข้าใจผิด หากแต่หมวดกว้างๆ ก็พอจะทำให้มองเห็นสภาพความขัดแย้งในพื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง อย่างเช่น เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มความขัดแย้งในระดับท้องถิ่นที่รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ โดยที่สภาพการเมืองในระดับอุปถัมภ์อย่างในอดีตก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดการแก้ไขปัญหา หรือเยียวยากันได้เองในระดับพื้นที่ เพราะองค์กรท้องถิ่นผูกอิงอยู่กับการเมืองระดับชาติ ทั้งนักการเมืองและพรรคการเมืองมาช้านาน นับเป็นกรณีที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

               ขณะนี้ประเทศชาติกำลังอยู่ในบรรยากาศของการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน ซึ่งถ้าหากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะยกนำประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากปัญหาการปกครองและการกระจายอำนาจที่สวนทางกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขึ้นมาเป็นเรื่องหลักผลักดันให้เกิดการแก้ไขโดยบูรณาการผ่านร่างกฎหมายและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ก็น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนได้ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับว่า การแก้ปัญหาในลักษณะรวมศูนย์โดยส่วนกลางนั้น เป็นแค่การเยียวยาเฉพาะหน้า แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังดำรงอยู่ อันล้วนจะต้องอาศัยการผ่าตัดผ่านกระบวนการปฏิรูปในระยะยาวต่อไป