คอลัมนิสต์

งดแสดงบัญชีทรัพย์สินฯสปช.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปกลโกง

งดแสดงบัญชีทรัพย์สินฯสปช.ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปกลโกง

27 ต.ค. 2557

งดแสดงบัญชีทรัพย์สินฯสปช. ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปกลโกง : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร

                พลันที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่ต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ด้วยเหตุผลว่า ถือเป็นหน้าที่ทางวิชาการ ที่ใช้ความรู้ ความสามารถ ทำงานเพื่อบ้านเมือง โดยไม่มีผลประโยชน์ได้เสียหรือเกี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ

                ทำให้สังคมตั้งคำถามทันทีว่า "ป.ป.ช.ใช้หลักคิดใดตัดสินว่า ตำแหน่งทางวิชาการ คือการการันตีว่าคนเหล่านั้นจะใช้อำนาจในมืออย่างเที่ยงตรง"

                จริงอยู่ที่อำนาจตัดสินว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งใดควรยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 40 ได้บัญญัติเอาไว้

                แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลของการให้อำนาจนั้นกับ ป.ป.ช. ตามที่บันทึกไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุและตรวจรายงานการประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 หมวดว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในมาตรา 264 ที่ให้อำนาจ ป.ป.ช.พิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดควรยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ บ้างนั้น เจตนารมณ์เพื่อขยายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปยังหน่วยงานอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

                ไม่ใช่เขียนเพื่อให้ ป.ป.ช.ลิดรอนการตรวจสอบและป้องปรามการทุจริต ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.เอง

                หาก ป.ป.ช.ใช้ตรรกะว่าตำแหน่ง สปช.ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ ลองพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของ สปช.?ที่ระบุไว้ใน มาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวสักนิด จะเห็นว่า สปช.มีหน้าที่สำคัญในทางนิติบัญญัติ โยงไปถึงการบริหารของฝ่ายรัฐ และการจัดโครงสร้างการปกครองของฝ่ายการเมืองในอนาคต เพราะมีส่วนเติมเต็มทั้งงานยกร่างกฎหมาย วางกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน ปกครองท้องถิ่น ปฏิรูปสังคม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย การป้องกันและขจัดทุจริต ปรับปรุงระบบการศึกษา พัฒนาระบบสาธารณสุข จัดระเบียบสื่อมวลชน รวมถึงนักการเมือง ซึ่งผูกโยงกับระบบเลือกตั้งที่

                จัดแนวการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำ? คือ ที่ สปช.ต้องเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ, กลางน้ำ คือ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กมธ.ยกร่างเสร็จรอบแรก หากพบความไม่สมบูรณ์สามารถขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญนั้น และปลายน้ำ คือ ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

                กระบวนการที่ สปช.มีส่วนร่วมกับอำนาจรัฐ อำนาจนิติบัญญัติ จะปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงได้อย่างไร ว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จะไม่มีสิ่งล่อใจเพื่อชักจูงการใช้อำนาจพิเศษไปสนับสนุนกลุ่มที่จ้องแสวงประโยชน์จากรัฐผ่านกระบวนการออกกฎหมาย-นโยบายราชการ

                หาก ป.ป.ช.?เลือกตัดตอนโอกาสที่นำไปสู่การตรวจสอบผู้มีอำนาจพิเศษ ซึ่งหมายถึง สปช. และอาจรวมถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วความคาดหวังต่อการปราบต้นตอกลโกง โจทย์สำคัญของยุคปฏิรูปสังคมไทย จะยังมีสิ่งใดให้พอเป็นความหวังอยู่อีกหรือไม่

......................................

(หมายเหตุ : งดแสดงบัญชีทรัพย์สินฯสปช. ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปกลโกง : ขยายปมร้อน  โดยขนิษฐา เทพจร)