
คลื่นลมท้าทายรัฐบาล
คลื่นลมท้าทายรัฐบาล : บทบรรณาธิการวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557
มีรายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หรือภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สอดคล้องกับการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล ในประเด็นที่ว่าด้วยปัญหาและอุปสรรคของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบว่าปัญหาอันดับ 1 คือ เศรษฐกิจชะลอตัว 37.68% อันดับ 2 มีปัญหากับสื่อมวลชน 32.64% อันดับ 3 นโยบายของ คสช. 29.68% กล่าวโดยสรุปก็คือ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์กำลังประสบปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สำหรับด้านเศรษฐกิจนั้น มีคำพยากรณ์ว่า มีความน่ากังวลในระยะต่อจากนี้ไป เพราะถ้าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะอยู่ที่ระดับ 4-5% จะเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นต่างๆ ขณะที่การค้าการส่งออกก็เป็นอีกประเด็นที่น่ากังวลต่อศักยภาพในปี 2558 ด้วยเช่นกัน
นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน คือคนจนไม่มีงานทำ หรือหางานทำยาก หรือที่เรียกว่า ภาวะเงินฝืด ขณะที่คนรวยมีเงินมากมาย แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปลงทุนอะไร นอกจากคำอธิบายของรัฐมนตรีคลังแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญออกมาชี้ด้วยว่า ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าภูมิภาค ซึ่งปัจจัยที่จะดึงให้ประเทศไทยก้าวข้ามภาวะนี้ได้ ต้องมาจากรัฐบาลผลักดันให้เกิดการลงทุนในปีหน้า โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจให้เติบโตกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะขณะนี้ แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศใหญ่ๆ ที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ทั้งยุโรป จีน และญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่า ภาวะเช่นนี้จะส่งกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นนั้น ขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการมาให้ได้เห็นกันบ้าง อย่างเช่น การจ่ายเงินอุดหนุนให้ชาวนาและชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ระยะถัดจากนั้นก็เน้นในเรื่องการหาตลาดสินค้า พัฒนาศักยภาพในการแข่งขันเพื่อให้ตัวเลขการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญหนึ่ง รับบทบาทในการกอบกู้ในภาวะชะงักงัน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซาลง เพราะปัญหาการเมืองที่ดำรงสืบเนื่องมานานหลายปี และความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ของนานาชาติ ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องเร่งพลิกฟื้นด้วยมาตรการต่างๆ ขึ้นมาโดยเร็ว พร้อมกับนโยบายการลงทุนด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จะต้องเร่งเครื่องให้เกิดขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ยังคงเชื่อมั่นว่า ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันจะไม่ทำให้ประเทศไทยพบกับความเลวร้ายเกินไปนัก หากแต่ก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า บรรยากาศที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวโดยเร็วในปีหน้าได้หรือไม่นั้น ไม่เพียงเฉพาะการเร่งผลักดันให้ทุกเครื่องยนต์กลไกทำงานได้อย่างเต็มฝีจักรเท่านั้น หากแต่ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากที่จะเข้ามาเป็นตัวแปร เช่น สถานการณ์ภัยแล้ง ที่จะทำให้ชาวนาเกือบทั้งประเทศไม่สามารถทำนาได้ ซึ่งต้องส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย ขณะที่ภาครัฐก็จะต้องกระตุ้นการจับจ่ายไปพร้อมๆ กับการกระตุ้นการลงทุนให้เป็นผล นี่คือโจทย์หินสำหรับรัฐบาลในช่วงท้ายปีต่อเนื่องปีหน้า ที่ยังไม่นับรวมว่า ปมการเมืองจะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญด้วยหรือไม่



