คอลัมนิสต์

โจทย์หิน 'บิ๊กจิน' ปฏิรูปดิวตี้ฟรี!

โจทย์หิน 'บิ๊กจิน' ปฏิรูปดิวตี้ฟรี!

24 ต.ค. 2557

กระดานความคิด : โจทย์หิน 'บิ๊กจิน' ปฏิรูปดิวตี้ฟรี! : โดย...แกร่ง หินเพลิง

 
                         เป็นอีกก้าวของการปฏิรูปเพื่อ “คืนความสุขแก่นักท่องเที่ยว” ที่ต้องเชียร์เต็มที่กับเรื่องที่ “บิ๊กจิน" พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม อยากให้มีการเพิ่มผู้ประกอบกิจการร้านปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบิน โดยที่ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการศึกษาและวางกรอบเรื่องดังกล่าวไปแล้ว 
 
                         สอดคล้องกับที่ก่อนหน้า กรมศุลกากรก็เพิ่งอนุมัติให้ใบอนุญาตกิจการปลอดภาษี “ดิวตี้ฟรี” นอกสนามบิน ที่ จ.หนองคาย ประเดิมเป็นแห่งแรกของประเทศไปแล้ว โดยอนุมัติให้บริษัท ฟอร์จูน โลจิสติกส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบกิจการดิวตี้ฟรีแห่งแรก ตั้งอยู่ริมถนนบายพาส ห่างจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไม่ถึง 1 กิโลเมตร จำหน่ายสินค้าบุหรี่ สุราและไวน์ ชั้นบนจะเป็นสินค้าประเภทเครื่องหนัง เข็มขัด กระเป๋า และเสื้อผ้า ส่วนบริเวณรอบๆ จะเปิดบริการร้านอาหารและร้านกาแฟ ใช้เงินลงทุนไป 22 ล้านบาท
 
                         นายอัสนี เรืองบุญ นายด่านศุลกากรหนองคาย บอกว่า ร้านหนองคายดิวตี้ฟรีนี้ ถือเป็นร้านค้าปลอดอากรในเมือง เหมือนร้านปลอดอากรของ “คิงเพาเวอร์” ที่ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ เป็นการอนุญาตตามกฎหมายศุลกากร โดยหลักการคือสินค้าที่จะนำเข้ามาขายภายในร้านจะถูกควบคุมโดยสำนักสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และจะมีการตรวจสอบสต็อกสินค้าอย่างเข้มงวด ลูกค้าที่จะซื้อสินค้าได้ต้องเป็นคนที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ หรือมีโครงการจะเดินทางไปต่างประเทศ เวลาซื้อต้องมีหนังสือเดินทางไปด้วย และต้องไปรับสินค้าที่จุดส่งสินค้า Pick up Point ขาออกหลังจากผ่านขั้นตอนทาง ตม.แล้ว 
 
                         ​เห็นกรมศุลกากรคืนความสุขให้นักท่องเที่ยวในหัวเมืองในต่างจังหวัดนำร่อง ขณะที่ “บิ๊กจิน” เองก็ออกมาขานรับนโยบายที่จะเพิ่มผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีแล้ว ก็อยากถือโอกาสนี้หนุนให้รัฐได้ปฏิรูปร้านปลอดภาษีไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เป็นรูปธรรมด้วยเสียเลย 
 
                         ​เพราะอย่างที่ทุกฝ่ายรู้แก่ใจกันดี วันนี้ทั่วโลกต่างเปิดเสรีกิจการดิวตี้ฟรีกันไปหมดแล้ว ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ อย่างฮ่องกง สิงคโปร์ หรือญี่ปุ่น มีการผุดร้านปลอดภาษีกันขึ้นมาเป็นย่านการค้าปลอดภาษีโดยตรง อย่างย่านอากิฮาบาร่า ของญี่ปุ่น หรือมงก๊กของฮ่องกง เออร์ชาร์ดโรดของสิงคโปร์ ยิ่งกับดินแดนตะวันออกกลางอย่าง “ดูไบ” นั้นแทบจะเรียกได้ว่า ขายความเป็นเมืองท่า “ฟรีพอร์ต” ปลอดภาษีทั้งประเทศที่ผู้คนจะต้องไปเยือน
 
                         ​แต่สำหรับประเทศไทย ไม่ใช่อย่างนั้น !
 
                         ​ทั้งที่หัวเมืองในต่างจังหวัดที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ที่เป็นที่รู้จักของนักนักท่องเที่ยวนั้น ต่างมีศักยภาพที่จะจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษีได้ อย่างที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด่านชายแดนปาดังเบซาร์หรือย่านช็อปปิ้งสตรีทที่เชียงใหม่ เชียงราย หรือด่านสิงขรของกาญจนบุรี ที่นายกฯ เพิ่งไปเยือนมา หรือแม้แต่ จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังจะปลุกปั้นสนามแข่งฟอร์มูลา วัน ยกชั้นอินเตอร์อยู่นั้น หากมีร้านปลอดภาษีเสริมเข้าไปอีกจะยิ่งเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดการท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น
 
                         ​ยิ่งร้านค้าย่านราชประสงค์ ชิดลม พญาไท ซึ่งมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากมาย และเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการเรียกร้องต่อรัฐมาโดยตลอด แต่อุปสรรคไปอยู่ที่นโยบายภาครัฐเองที่ไม่เปิดกว้าง ทั้งที่รายอื่นๆ ที่มีศักยภาพก็ยังมีอยู่มากและจะทำให้เมืองไทยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว นักช็อปปิ้งได้ไม่ยาก 
 
                         ​บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ก็แค่จัดตั้งศูนย์ Pick up Center ในสนามบินเพื่อเป็นจุดรับส่งสินค้าปลอดภาษีก่อนขึ้นเครื่อง ได้ค่าเช่า หรือหากรัฐจะจัดเก็บค่าต๋ง ค่าสัมปทานก็ไม่ผิดกติกา เพราะปลอดภาษีไม่ได้ปลอดค่าธรรมเนียมค่าสัมปทาน ทุกรายการที่ขายออกไปหากจัดออนไลน์ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ย่อมทำได้อยู่แล้ว 
 
                         ​ถ้าจะทำ ก็ต้องทำในรัฐบาล คสช.ชุดนี้แหละ เพราะเชื่อได้ว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ใคร แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องขึ้นกับว่า พล.อ.อ.ประจิน จะเอาจริงหรือไม่
 
                         การปฏิรูปประเทศนั้นจะปฏิรูปที่โครงสร้างอย่างเดียวอาจไม่พอ การปฏิรูปแหล่งรายได้ของรัฐก็ควรต้องอยู่ในวาระเร่งด่วนด้วยเเช่นกัน !
 
 
 
 
 
 
------------------------
 
(กระดานความคิด : โจทย์หิน 'บิ๊กจิน' ปฏิรูปดิวตี้ฟรี! : โดย...แกร่ง หินเพลิง)