
เหมือน'มวลมหาประชาชน'มีเจ้าของ
เหมือน'มวลมหาประชาชน'มีเจ้าของ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
เมื่อ 41 ปีที่แล้ว ผมได้รับการสั่งสอนให้ศรัทธาใน "มวลมหาประชาชน" ด้วยการอ่านคติพจน์ปกแดงในหัวข้อแนวทางมวลชน
"มวลชนคือวีรชนที่แท้จริง ส่วนเราเองนั้นมักอ่อนหัดน่าขันเสมอ ถ้าไม่เข้าใจข้อนี้แล้ว ก็ไม่สามารถได้รับแม้กระทั่งความรู้เบื้องต้น"
จะไม่ให้ผมศรัทธาได้อย่างไร? เมื่อเกิดปรากฏการณ์มวลมหาประชาชน ในวันเดินขบวนใหญ่ 13 ตุลาคม 2516 จากธรรมศาสตร์ ผ่านถนนราชดำเนิน (คนมักจำได้แค่วันที่ 14 ตุลาคม ที่มีเหตุจลาจลนองเลือด)
หากวันนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็จะไม่เชื่อหรอกว่า มวลชนคือวีรชนที่แท้จริง!
ผมร้องเพลง "สู้ไม่ถอย" ร่วมกับคนเรือนแสน มันเป็นเพลงปลุกใจเพลงเดียวที่ร้องกันซ้ำไปซ้ำมา และคาดไม่ถึงว่า จะได้ยินเพลงนี้อีกครั้ง ในการชุมนุมใหญ่ของมวลมหาประชาชน โดยการนำของ กปปส. เมื่อปลายปีที่แล้ว
อันที่จริง มีบันทึกการชุมนุมอันยืดเยื้อของ กปปส.ในรูปของหนังสือเล่มอยู่หลายเล่ม และหนังสือชื่อ "สู้ไม่ถอย" โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ ก็เป็นอีกหนึ่งเล่มที่พูดถึงปรากฏการณ์มวลมหาประชาชน ตั้งแต่วันลุกขึ้นสู้ 14 ตุลา จนถึงวันเป่านกหวีดของลุงกำนัน
หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่บทบันทึกของ กปปส.โดยเฉพาะ และเป็นภาคต่อของหนังสือชุด "อำนาจ" ที่ผู้เขียนได้จัดพิมพ์รวมเล่มมาก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้เขียนฉายภาพการต่อสู้บนท้องถนนและเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง มาตั้งแต่ "ปฏิวัติประชาชน 14 ตุลา 2516", "วันสังหารนกพิราบ 6 ตุลา 2519" , "พฤษภาประชาธรรม 2535, "ปรากฏการณ์พันธมิตรฯ 2549-2551" , "แดงทั้งแผ่นดิน" 2552-2553 , "ม็อบ เสธ.อ้าย" 2555 จนมาถึงปรากฏการณ์ กปปส.2556-2557
โดยทิ้งน้ำหนักไว้ที่เรื่องของ "ลุงกำนัน" กับ กปปส. และมวลมหาประชาชน
ที่น่าสนใจคือการสัมภาษณ์เจาะลึก "ลุงกำนัน" พร้อมกับบทวิเคราะห์การรัฐประหาร 2557
ด้วยประสบการณ์ของนักหนังสือพิมพ์เก่า "รุ่งมณี" ถอดความคิด "นักเลือกตั้ง" ที่พลิกชีวิตมาเป็น "แกนนำมวลชน" อย่างเป็นระบบ
ใครที่สงสัยว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ กลายมาเป็นผู้นำทางความคิดของมวลมหาประชาชนได้อย่างไร ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้
มิเพียงเท่านั้น ยังมีคำบอกเล่าของผู้คนที่เข้าร่วมการต่อสู้กับ กปปส. รวมถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ในการต่อสู้ของมวลชนนกหวีด
จริงๆ แล้ว ในห้วงสิบปีที่ผ่านมา ผมจะได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองอยู่เนืองนิตย์ โดยมิตรสหายร่วมรบในอดีตนั่นแหละ เป็นผู้มาให้คำอธิบายว่า ทำไมต้องเข้าร่วมชุมนุม? มีเป้าหมายในการต่อสู้อย่างไร?
ถ้อยวจีหนึ่งที่คุ้นหูผม "มวลชนตื่นแล้ว มึงยังไม่ตื่นอีกเหรอ"
ผมยังจดจำคำสอนเก่าๆ ได้ดี "มวลชนคือวีรชนที่แท้จริง" แต่บังเอิญว่า "มวลชน" ในยุคหลังๆ มีหลายเฉดสีเสียเหลือเกิน
เพื่อนเก่าชาวป่าเขาที่เวลานี้หลบไปพักร้อนแถวประเทศเพื่อนบ้าน ก็เคยบอกว่า "มวลชนลุกขึ้นมาแล้ว มีแต่พวกเรายังล้าหลัง ตามมวลชนไม่ทัน"
รุ่นพี่จากป่าเขาอีกคนหนึ่ง ได้ประเมินพลังมวลชนของลุงกำนันว่า "มันใหญ่กว่า และมีคุณภาพมากกว่า 14 ตุลา"
ครั้งหนึ่ง ผมวิจารณ์ "ม็อบ เสธ.อ้าย" ว่าไร้เดียงสา สหายอาวุโสจากภูพานได้ฟัง ก็เตือนสติผมว่า "อย่าดูถูกพลังมวลชน แม้มีจำนวนไม่มาก หากเปรียบเทียบกับพวกนั้น เรามีคุณภาพกว่า"
การเกิดขึ้นของมวลมหาประชาชนในช่วง 10 ปีที่ผ่าน มีลักษณะเชิดชูตัวบุคคลค่อนข้างสูง ต่างจากยุค 14 ตุลา และพฤษภาคม 35
แม้ 41 ปีที่แล้ว จะมีภาพของ "เสกสรรค์-ธีรยุทธ" แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็น "ยี่ห้อ" ประทับตรามวลมหาประชาชน เนื่องจากในสถานการณ์เวลานั้น มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ที่ปลุกให้คนตื่นขึ้นมาโดยธรรมชาติ มิได้ก่อรูปมาจากความเชื่อในตัวบุคคล
ทำนองเดียวกันเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ก็มี "มหาจำลอง" เป็นแกนนำหลัก หลังจากนั้น มหาห้าขันก็กระโดดเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้ง
ฉะนั้น การเกิดขึ้นของขบวนมหาประชาชนในยุคหลัง จึงถูกแยกให้เป็นสีโน้น สีนี้ ตาม "ความคิดความเชื่อ" ของแกนนำ
ผมจึงแอบรำพึงกับตัวเองว่า มวลมหาประชาชน พ.ศ.ปัจจุบัน..เหมือนมี "เจ้าของ"



