คอลัมนิสต์

ตัวเลขยาเสพติดสูงจนน่าห่วง

ตัวเลขยาเสพติดสูงจนน่าห่วง

23 ต.ค. 2557

ตัวเลขยาเสพติดสูงจนน่าห่วง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 23 ต.ค.2557

                เป็นเรื่องน่าห่วงกังวลอย่างยิ่งสำหรับปัญหายาเสพติดของประเทศไทย ซึ่งในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 ตุลาคม 2557 มีผู้เข้าร่วมการประชุมระดับหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดจากประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศ รวมถึงผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศด้วย มีการเปิดเผยถึงสถิติการจับกุมและยึดของกลางในปีที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ไทยสามารถยึดยาบ้าได้ถึง 128 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 1.4 ตัน มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดถูกจับกุมได้กว่า 2 แสนคน แม้จะเป็นการสกัดกั้นได้ก่อนที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสังคมไทย แต่ในอีกมุมมองหนึ่งจะพบว่าปริมาณตัวเลขทั้งยาเสพติดและผู้ต้องหาที่มีจำนวนมากนั้น ตอกย้ำว่า วิกฤติปัญหานี้ยังอยู่ในขั้นรุนแรง

                ขณะเดียวกันในเวทีดังกล่าวประเทศไทยได้เสนอให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาช่วยดูแลปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นประเทศที่พบมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด แต่ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิต ส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะลักลอบลำเลียงเข้ามา ทำให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทำได้แค่เพียงตรวจยึดจับกุม แต่ไม่สามารถเข้าไปทำลายแหล่งพักยาหรือแหล่งผลิตได้ ซึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ยาเสพติดภายในประเทศและภูมิภาคอาเซียน เพราะกำลังจะถึงช่วงเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 แต่การแพร่ระบาดของยาเสพติดยังคงมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ก็ได้เน้นย้ำนโยบายสำคัญอันหนึ่งคือ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง แม้กระทั่งมีรัฐบาลขึ้นมาแล้วก็ยังมุ่งเน้นแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมอย่างมาก ทั้งเรื่องอาชญากรรม การมั่วสุมยาเสพติดของเยาวชนจนเสียอนาคต หรือการฉกชิงวิ่งราวปล้นทรัพย์หาเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ แต่ดูเหมือนว่า คดียาเสพติดไม่ลดน้อยลงเท่าใด และการจับกุมลักลอบขนผ่านชายแดนก็พุ่งขึ้นมาก จนแทบกลายเป็นข่าวรายวันที่คนในสังคมชินชาไม่ให้ความสำคัญเท่าใดแล้ว ทั้งที่ปัญหานี้มีความสำคัญระดับชาติที่ต้องมียุทธศาสตร์และมาตรการแก้ไข อีกทั้งการบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องก็ต้องทำจริงจังไปในทิศทางเดียวกันให้เห็นผลอย่างที่ คสช.ตั้งหลักการไว้

                ปัจจุบันหน่วยงานด้านปราบปรามเร่งจับกุมกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดจนมีผลการทำงานปรากฏให้เห็นได้ แต่ขณะเดียวกันหน่วยงานและองค์กรเกี่ยวข้องในด้านป้องกันก็ต้องขยับเขยื้อนด้วยเช่นกัน เพื่อให้องค์ประกอบการทำงานครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวและเยาวชนหลีกหนียาเสพติด การบำบัดผู้เสพให้เลิกและติดตามต่อเนื่อง การป้องกันชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด รวมทั้งแหล่งสถานบันเทิง สถานศึกษา เพราะองค์ประกอบเหล่านี้จะว่าไปแล้วเป็นต้นตอของการระบาดยาเสพติด ส่วนการปราบปรามจับกุมเป็นแค่ปลายเหตุยากจะหยุดยั้งการระบาดได้ ดังนั้นในช่วงปฏิรูปประเทศจึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่หน่วยงานเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติดได้มาร่วมปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตประเทศ