คอลัมนิสต์

องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่

องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่

22 ต.ค. 2557

องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

                 เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ความจำเป็นเปลี่ยน ความต้องการก็ต้องเปลี่ยนไป หากย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่ถูกเรียกว่าฉบับ "ปฏิรูปการเมือง" มีนวัตกรรมใหม่ ที่ว่าด้วยกลไกตรวจสอบการ ซึ่งก็คือ "องค์กรอิสระ"

                 รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้วางกลไกเกี่ยวกับอำนาจไว้  3 ขั้นตอนคือ "กลไกการเข้าสู่อำนาจ" "กลไกการใช้อำนาจ" และ "กลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจ"  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบซึ่งก่อนหน้านี้ ทุกขั้นตอนเทไปที่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ และทุกคนในขณะนั้นก็ได้เห็นว่ากระบวนการเอาผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ หรือหากเป็นไปได้ก็ใช้เวลานานมาก

                 และเมื่อ "องค์กรอิสระ" ถือกำเนิดขึ้นก็สามารถตอบสนองความคาดหวังของคนในสังคมขณะนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ละองค์กรทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช., กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ

                 เราได้เห็นนักการเมืองต้องเว้นวรรคเป็นเวลา 5 ปี จากการปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เราเห็นนักการเมืองต้องจำคุกจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เราเห็นนักการเมืองบางคนที่แม้ชนะเลือกตั้งแต่ก็อดเข้าไปเฉิดฉายในสภาเนื่องจากถูกจับได้ว่าโกงเลือกตั้ง

                 บางองค์กรอิสระถูกองค์กรระหว่างชาติให้การยอมรับและยกย่องเป็นความหวังของสังคมไทย นาทีนั้นความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระทุกแห่งพุ่งสูงสุดขีด  นักการเมืองถึงกับช็อกไม่คิดว่าฤทธิ์เดชขององค์กรที่ถูกออกแบบมาใหม่นี้จะกระทบถึงอนาคตทางการเมืองของพวกเขา ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองใหญ่

                 แต่เมื่อปรับตัวได้ทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยาก จากนั้นเริ่มมีกระบวนการเข้าแทรกแซงผ่านกระบวนการสรรหา และคัดเลือกคนที่ตัวเองไว้ใจเข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระ จนสุดท้ายระบบนี้เริ่มทำอะไรไม่ได้

                 จนกระทั่งอีกขั้วอำนาจหนึ่งเข้ามาก็เริ่มมีการใช้องค์กรอิสระตามล่าตามล้างกันอีกครั้ง การตีความทางกฎหมายหลายๆ ครั้งขององค์กรเหล่านี้ถูกตั้งคำถามว่ายึดอยู่บนหลักการมากน้อยเพียงใด และที่แน่ๆถูกตั้งคำถามว่าตรวจสอบทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือไม่จนเป็นที่มาของคำว่า "สองมาตรฐาน"

                 กระทั่งวิกฤติทางการเมืองครั้งล่าสุด องค์กรอิสระก็ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และพาประเทศเข้าสู่จุดอับ

                 เมื่อสถานการณ์ถูกรีเซตโดยการยึดอำนาจจึงมีคนเสนอว่าควรทบทวนการมีอยู่และความคุ้มค่า และหากยังคงจะอยู่ต่อไปจำต้องปรับเปลี่ยนบทบาท รูปแบบ อำนาจหน้าที่หรือไม่ ..?

                 เช่นศาลรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ได้อยู่ในรูปองค์กรศาลรัฐธรรมนูญอีกต่อไป แต่จะอยู่ในลักษณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตั้งองค์คณะขึ้นมาเป็นคราวๆ ตามแต่คดีที่เข้ามา และตัวศาลเองก็อาจเหลือเป็นเพียงองค์กรทางธุรการเท่านั้น

                 ขณะที่ ป.ป.ช. และ กกต. อาจถูกลดอำนาจลง โดยเฉพาะ กกต. ที่อาจจะเหลือเพียงอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น แต่อำนาจชี้เป็นชี้ตายเหมือนที่แล้วๆ มาจะถูกโอนไปที่ศาลเลือกตั้งแทน

                 เช่นเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ ที่อาจจะหายไปเนื่องจากไม่คุ้มค่าแห่งการมีอยู่

                 กรรมการองค์กรอิสระหลายคนที่เคยออกตัวแรงถึงขั้นออกอาการเมื่อมีกระแสเช่นนี้ออกมา บางคนแสดงอาการว่าประชาชนยืนอยู่ข้างตัวเอง และทวงบุญคุณว่าที่ผ่านมาทำอะไรมาแล้วบ้าง

                 น่าสนใจว่าพอมีข้อเสนอลดอำนาจองค์กรอิสระออกมา เสียงตอบรับกลับไม่เลวร้ายนัก เพราะหลายคนเห็นแล้วว่าหากทำให้ดีไม่ได้ การจำกัดบทบาทและอำนาจอาจจะเป็นทางที่เหมาะสมกว่า และออกแบบกันใหม่มากกว่าที่จะให้องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในตัวเอง

                 ผู้มีอำนาจปัจจุบันเองก็คงมองเห็นสภาพความเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้ง จึงไม่กระทั่งเลือกกรรมการบางคนเข้ามาเป็น สปช. ด้วยซ้ำไป

                 ถึงตอนนี้แล้ว เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ความจำเป็นเปลี่ยน ความต้องการอาจไม่มีอยู่ต่อไป

.........................................

(หมายเหตุ : องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)