
องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่
องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ความจำเป็นเปลี่ยน ความต้องการก็ต้องเปลี่ยนไป หากย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่ถูกเรียกว่าฉบับ "ปฏิรูปการเมือง" มีนวัตกรรมใหม่ ที่ว่าด้วยกลไกตรวจสอบการ ซึ่งก็คือ "องค์กรอิสระ"
รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้วางกลไกเกี่ยวกับอำนาจไว้ 3 ขั้นตอนคือ "กลไกการเข้าสู่อำนาจ" "กลไกการใช้อำนาจ" และ "กลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบซึ่งก่อนหน้านี้ ทุกขั้นตอนเทไปที่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ และทุกคนในขณะนั้นก็ได้เห็นว่ากระบวนการเอาผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ หรือหากเป็นไปได้ก็ใช้เวลานานมาก
และเมื่อ "องค์กรอิสระ" ถือกำเนิดขึ้นก็สามารถตอบสนองความคาดหวังของคนในสังคมขณะนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ละองค์กรทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช., กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ
เราได้เห็นนักการเมืองต้องเว้นวรรคเป็นเวลา 5 ปี จากการปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เราเห็นนักการเมืองต้องจำคุกจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เราเห็นนักการเมืองบางคนที่แม้ชนะเลือกตั้งแต่ก็อดเข้าไปเฉิดฉายในสภาเนื่องจากถูกจับได้ว่าโกงเลือกตั้ง
บางองค์กรอิสระถูกองค์กรระหว่างชาติให้การยอมรับและยกย่องเป็นความหวังของสังคมไทย นาทีนั้นความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระทุกแห่งพุ่งสูงสุดขีด นักการเมืองถึงกับช็อกไม่คิดว่าฤทธิ์เดชขององค์กรที่ถูกออกแบบมาใหม่นี้จะกระทบถึงอนาคตทางการเมืองของพวกเขา ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองใหญ่
แต่เมื่อปรับตัวได้ทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยาก จากนั้นเริ่มมีกระบวนการเข้าแทรกแซงผ่านกระบวนการสรรหา และคัดเลือกคนที่ตัวเองไว้ใจเข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระ จนสุดท้ายระบบนี้เริ่มทำอะไรไม่ได้
จนกระทั่งอีกขั้วอำนาจหนึ่งเข้ามาก็เริ่มมีการใช้องค์กรอิสระตามล่าตามล้างกันอีกครั้ง การตีความทางกฎหมายหลายๆ ครั้งขององค์กรเหล่านี้ถูกตั้งคำถามว่ายึดอยู่บนหลักการมากน้อยเพียงใด และที่แน่ๆถูกตั้งคำถามว่าตรวจสอบทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือไม่จนเป็นที่มาของคำว่า "สองมาตรฐาน"
กระทั่งวิกฤติทางการเมืองครั้งล่าสุด องค์กรอิสระก็ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และพาประเทศเข้าสู่จุดอับ
เมื่อสถานการณ์ถูกรีเซตโดยการยึดอำนาจจึงมีคนเสนอว่าควรทบทวนการมีอยู่และความคุ้มค่า และหากยังคงจะอยู่ต่อไปจำต้องปรับเปลี่ยนบทบาท รูปแบบ อำนาจหน้าที่หรือไม่ ..?
เช่นศาลรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ได้อยู่ในรูปองค์กรศาลรัฐธรรมนูญอีกต่อไป แต่จะอยู่ในลักษณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตั้งองค์คณะขึ้นมาเป็นคราวๆ ตามแต่คดีที่เข้ามา และตัวศาลเองก็อาจเหลือเป็นเพียงองค์กรทางธุรการเท่านั้น
ขณะที่ ป.ป.ช. และ กกต. อาจถูกลดอำนาจลง โดยเฉพาะ กกต. ที่อาจจะเหลือเพียงอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น แต่อำนาจชี้เป็นชี้ตายเหมือนที่แล้วๆ มาจะถูกโอนไปที่ศาลเลือกตั้งแทน
เช่นเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ ที่อาจจะหายไปเนื่องจากไม่คุ้มค่าแห่งการมีอยู่
กรรมการองค์กรอิสระหลายคนที่เคยออกตัวแรงถึงขั้นออกอาการเมื่อมีกระแสเช่นนี้ออกมา บางคนแสดงอาการว่าประชาชนยืนอยู่ข้างตัวเอง และทวงบุญคุณว่าที่ผ่านมาทำอะไรมาแล้วบ้าง
น่าสนใจว่าพอมีข้อเสนอลดอำนาจองค์กรอิสระออกมา เสียงตอบรับกลับไม่เลวร้ายนัก เพราะหลายคนเห็นแล้วว่าหากทำให้ดีไม่ได้ การจำกัดบทบาทและอำนาจอาจจะเป็นทางที่เหมาะสมกว่า และออกแบบกันใหม่มากกว่าที่จะให้องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในตัวเอง
ผู้มีอำนาจปัจจุบันเองก็คงมองเห็นสภาพความเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้ง จึงไม่กระทั่งเลือกกรรมการบางคนเข้ามาเป็น สปช. ด้วยซ้ำไป
ถึงตอนนี้แล้ว เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ความจำเป็นเปลี่ยน ความต้องการอาจไม่มีอยู่ต่อไป
.........................................
(หมายเหตุ : องค์กรอิสระยังจำเป็นหรือไม่ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



