
ถึงกระแสจะวูบคนก็ยังเอาอยู่
ถึงกระแสจะวูบคนก็ยังเอาอยู่ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถ้าจะพูดถึง "กำลังใจ" แล้ว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยให้กำลังใจแก่เขาในฐานะที่ตั้งอกตั้งใจมาทำงานแล้ว ก็คงไม่รู้จะเอาอะไรมาขน ถึงขนไปได้หมด
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ไขปัญหาจะลดน้อยถอยลง
การใช้อำนาจเต็มรูปแบบเข้ามาจัดการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้แก่ชาวนา หยุดยั้งการฆ่าตัวตายของชาวนาได้อย่างเฉียบพลัน กลายเป็นความคาดหวังว่า ด้วยอำนาจที่ล้นมือของรัฐบาล คสช. น่าจะต้องแก้ไขทุกปัญหาที่มีอยู่ให้หมดไปได้
แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ !
พล.อ.ประยุทธ์ ก็พยายามพูดย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ไม่ใช่ว่ารัฐบาลนี้จะแก้ไขปัญหาได้ปุบปับทันที นอกจากขั้นตอนตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว บางเรื่อง โดยเฉพาะสินค้าด้านการเกษตรนั้นยังต้องดูถึงความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดโลกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของประเทศไทย
หากจะเปรียบเทียบกระแสของรัฐบาลที่ผ่านมาแบบคร่าวๆ โดยที่ไม่ต้องพูดถึงปัจจัยความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลงแล้ว ดูเหมือนว่า รัฐบาลนี้จะถูกรุกไล่ด้วย "ความต้องการ" จนน่าเป็นห่วง
สมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์ เจ้าของโครงการเงินผัน ที่ว่ามีเพียง 18 เสียง แต่กว่ากระแสจะวูบลงก็หลัง 6 เดือนไปแล้ว ต่อมาสมัย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก็ในเวลาไล่ๆ กัน ทั้งที่ตอนนั้น เจอสารพันปัญหา ทั้งคอมมิวนิสต์ ทั้งการแทรกแซงของทหาร...ไล่มาเป็นรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ต่อด้วย "น้าชาติ" พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ต่อด้วย พล.อ.สุจินดา คราประยูร จนถึงรัฐบาลชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ว่า "วิกฤติต้มยำกุ้ง" ก็ยังอยู่ได้
ชวน หลีกภัย ได้กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ก็อยู่ได้เพียง 2 ปีกระแสก็เริ่มเปลี่ยน จากนั้นมาสู่ยุคคนดีเด่นดัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่จนถึงสมัยที่ 2 แต่ก็เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น กระแสที่ตกมาต่อเนื่องทำให้เกิดการชุมนุมและสุดท้ายก็มีการยึดอำนาจ
รัฐบาล "ขิงแก่" คือรัฐบาลใหม่ที่เข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ ท่ามกลางการชุมนุมและตรวจสอบ เพียงแต่ไม่รุกเร้าเท่าใดนัก เพราะขิงแก่กำหนดวันลาเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
จากนั้น นายสมัคร สุนทรเวช ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าเดือนที่ 6 ก็รับรู้ถึงการสั่นคลอนของเก้าอี้ จากนั้น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ามารับตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้ กระทั่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับตำแหน่ง อยู่ได้ปีกว่า กระแสก็ตก และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ขึ้นมารับตำแหน่ง ก็ล่วงปีที่ 2 ไปแล้วและสุดท้ายถูกยึดอำนาจ
ประเมินกันว่า กระแสของรัฐบาลนี้เริ่มส่งสัญญาณด้านลบนับแต่เห็นหน้าค่าตาของ สนช. โดยเฉพาะวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่แค่เสนอชื่อ ก็เกือบทั้งสภาไปแล้ว
นอกจากนี้ การเลือก สปช.ก็ดูจะไม่อยู่เหนือความคาดหมาย จึงทำให้ "ความเชื่อ" ว่าสุดท้ายแล้ว รัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นมานั้นน่าจะทำตามกรอบมากกว่าตามข้อเสนอ
การตั้งที่ปรึกษา และตั้งคณะรัฐมนตรีก็ส่งผลด้านลบด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกคาดหมายว่าเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้ "ความตั้งใจจริง" ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปไม่ถึง หรือพลาดเป้าหมาย
หันไปดูเนื้องาน...1 เดือนของรัฐบาลที่ต่างก็รู้ว่าเวลาน้อย แต่การเร่งระบายข้าวกลับดูจะไม่ทันเวลา การส่งออกสินค้าพลาดเป้า การจัดเก็บภาษีก็เช่นกัน ครั้นจะหันไปพึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก็มี "กฎอัยการศึก" ค้ำคออยู่ เพราะบริษัทประกันส่วนใหญ่นั้น จะไม่คุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปในประเทศที่บังคับใช้กฎอัยการศึก
แล้วก็เคราะห์ซ้ำเข้าไปอีกเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ต่างชาติสงสัยในกระบวนการยุติธรรมของไทย
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงกระแสความนิยมจะส่งสัญญาณไม่ดีนัก แต่ก็เชื่อว่าประชาชนยังเลือกที่จะยืนเคียงข้างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่นั่นก็เพราะ "ระบอบทักษิณ" ทั้งที่ลงมือทำเองและทั้งที่ให้น้องสาวทำนั้นชัดเจนแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย
........................
(หมายเหตุ : ถึงกระแสจะวูบคนก็ยังเอาอยู่ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



